สวัสดีค่ะทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่อินเทรนด์สุดๆ และเป็นหัวข้อที่หลายคนให้ความสนใจเป็นพิเศษเลยนะคะ อย่างที่รู้กันว่าช่วงนี้กระแสดูแลตัวเองและใส่ใจโลกกำลังมาแรงมากๆ ฉันเองก็รู้สึกได้เลยว่าคนรอบตัวหันมามองหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยและความยั่งยืนกันเยอะขึ้นจริงๆ ค่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องอาหารการกินเท่านั้นนะคะ วงการความงามของเราก็ตื่นตัวไม่แพ้กันเลยทีเดียว โดยเฉพาะ “เครื่องสำอางวีแกน” และ “การบริโภคอย่างยั่งยืน” ที่ไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นวิถีชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยความตั้งใจดีค่ะ หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องวีแกน?

แล้วมันดีกับผิวเรายังไง? จากประสบการณ์ที่ได้ลองใช้เองก็สัมผัสได้เลยค่ะว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้อ่อนโยนกับผิวมากๆ แถมยังสบายใจได้ว่าไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ ไม่มีการทดลองกับน้องๆ และยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ ถือเป็นการสวยแบบมีจิตสำนึกจริงๆ ค่ะ ไม่ใช่แค่สวยภายนอก แต่ยังสวยลึกไปถึงข้างในเลยทีเดียว เพราะทุกวันนี้ผู้บริโภคอย่างเราๆ พร้อมที่จะจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อสินค้าดีๆ ที่ใส่ใจโลกของเรา และแบรนด์ไทยเองก็พัฒนาผลิตภัณฑ์วีแกนออกมาได้น่าใช้มากๆ เลยค่ะ ทั้งบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติล้วนๆ นี่แหละค่ะคือความงามแห่งอนาคตที่แท้จริงมาดูกันในบทความด้านล่างนี้เลยค่ะ!
ความลับของผิวสวยใสที่มาจากธรรมชาติ… สัมผัสได้ด้วยตัวคุณเอง
สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องที่ฮิตติดลมบนสุดๆ ในวงการบิวตี้กันนะคะ นั่นก็คือ “เครื่องสำอางวีแกน” หรือเครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์เลยแม้แต่น้อย! ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยสงสัยเหมือนกันค่ะว่ามันจะต่างอะไรกับเครื่องสำอางทั่วไป? แล้วมันจะดีกับผิวเราจริงๆ เหรอ? แต่หลังจากที่ได้ลองเปิดใจและเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาสักระยะหนึ่ง ก็ต้องบอกเลยว่าประทับใจมากๆ ค่ะ ไม่ใช่แค่รู้สึกว่าผิวได้รับการบำรุงอย่างอ่อนโยนเท่านั้นนะคะ แต่ยังรู้สึกสบายใจมากๆ ที่ได้รู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่เราใช้นั้นไม่ได้ทำร้ายสิ่งมีชีวิตอื่นๆ และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย มันเหมือนเป็นการดูแลตัวเองแบบองค์รวม ที่ไม่ได้โฟกัสแค่ความสวยภายนอก แต่ยังรวมไปถึงความรู้สึกดีๆ จากภายใน ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับโลกใบนี้ด้วยค่ะ เชื่อไหมคะว่าหลายครั้งที่ผิวเราเกิดปัญหา ไม่ว่าจะแพ้ ผื่นขึ้น หรือสิวเห่อ บางทีอาจเป็นเพราะส่วนผสมที่เราไม่รู้ว่ามันมาจากไหนก็ได้นะคะ พอหันมาใช้วีแกนแล้วรู้สึกเหมือนผิวได้พักผ่อนและฟื้นตัวได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ
ผิวแพ้ง่ายต้องลอง: ทำไมเครื่องสำอางวีแกนถึงตอบโจทย์
สำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่ายมากๆ แบบฉัน ต้องบอกเลยว่าการหาเครื่องสำอางที่ถูกใจนี่เป็นอะไรที่ท้าทายสุดๆ เลยค่ะ เคยใช้มาหลายยี่ห้อแล้วก็แพ้บ้าง คันบ้าง แดงบ้าง จนบางทีก็ท้อใจไปเลย แต่พอได้ลองเครื่องสำอางวีแกนแล้วรู้สึกเหมือนเจอทางสว่างค่ะ เพราะส่วนใหญ่แล้วผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มักจะเน้นส่วนผสมจากธรรมชาติที่อ่อนโยนกับผิว ไม่มีการใช้สารเคมีรุนแรง หรือส่วนผสมที่มาจากสัตว์ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ ทำให้ผิวฉันรู้สึกสบายขึ้นเยอะเลยค่ะ ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าจะแพ้อะไรอีก แถมยังรู้สึกว่าผิวแข็งแรงขึ้น ไม่ค่อยเป็นผื่นแดงง่ายเหมือนเมื่อก่อนด้วยค่ะ เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ เลยนะ ที่ไม่ต้องมานั่งลุ้นทุกครั้งที่ลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ว่าจะแพ้อีกไหม
สารพัดประโยชน์จากพืชพรรณ: พลังจากธรรมชาติเพื่อผิวสุขภาพดี
รู้ไหมคะว่าในโลกของพืชพรรณธรรมชาตินี่มีสารสกัดดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผิวเราเยอะแยะไปหมดเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นว่านหางจระเข้ที่ช่วยปลอบประโลมผิว, น้ำมันมะพร้าวที่ให้ความชุ่มชื้นแบบล้ำลึก, หรือแม้แต่สารสกัดจากชาเขียวที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เครื่องสำอางวีแกนส่วนใหญ่จะนำเอาคุณสมบัติเหล่านี้มาใช้ได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ ฉันเองก็ได้ลองผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากดอกกุหลาบ อัลมอนด์ หรือแม้กระทั่งน้ำมันจากเมล็ดกัญชง ซึ่งแต่ละตัวก็ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป แต่ที่เหมือนกันคือรู้สึกได้ถึงความบริสุทธิ์ของส่วนผสม ที่บำรุงผิวเราได้อย่างแท้จริง เหมือนเรากำลังป้อนอาหารดีๆ ให้กับผิวเลยค่ะ ไม่ต้องกังวลเรื่องสารตกค้าง หรือสารเคมีสังเคราะห์ที่ไม่จำเป็น ทำให้ผิวดูมีชีวิตชีวา เปล่งปลั่งขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมากๆ เลยค่ะ
สวยแบบมีสติ: เลือกยังไงให้มั่นใจว่าดีต่อโลกและเรา
การเลือกซื้อเครื่องสำอางในยุคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามอีกต่อไปแล้วค่ะ แต่ยังเป็นเรื่องของ “สติ” และ “ความรับผิดชอบ” ที่เรามีต่อตัวเองและโลกใบนี้ด้วย ฉันเชื่อว่าทุกคนอยากสวย แต่ก็อยากสวยแบบไม่เบียดเบียนใคร และอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ใช่ไหมคะ? การหันมาสนใจการบริโภคอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในหมวดเครื่องสำอางนี่แหละค่ะคือจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ เลย บางคนอาจจะคิดว่า “โอ๊ย! มันจะยุ่งยากไปไหม?” “ต้องเลือกเยอะแยะขนาดนั้นเลยเหรอ?” แต่จริงๆ แล้วมันง่ายกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ แค่เราใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มขึ้นอีกนิด ก็สามารถสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ได้แล้วค่ะ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตอย่างมีจริยธรรม ไม่มีการทดลองกับสัตว์ ไม่ใช้ส่วนผสมที่มาจากสัตว์ และใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มันคือการแสดงออกถึงความใส่ใจของเราจริงๆ ค่ะ
สัญลักษณ์สำคัญที่ต้องมองหา: ตัวช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น
เวลาที่เราเดินเข้าร้านเครื่องสำอาง หรือเลือกซื้อของออนไลน์ จะเห็นว่ามีเครื่องสำอางมากมายเต็มไปหมดจนตาลายไปหมดเลยใช่ไหมคะ? เพื่อให้การเลือกซื้อเครื่องสำอางวีแกนและยั่งยืนง่ายขึ้น ฉันมีทริคเล็กๆ มาฝากค่ะ นั่นก็คือการมองหาสัญลักษณ์รับรองต่างๆ บนฉลากผลิตภัณฑ์ค่ะ อย่างเช่น สัญลักษณ์ “Vegan Society”, “Leaping Bunny” (ไม่ทดลองกับสัตว์), หรือ “Cruelty-Free International” สัญลักษณ์เหล่านี้เป็นเหมือนเครื่องหมายการันตีว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ ผ่านการตรวจสอบและปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดมาแล้วจริงๆ ค่ะ ซึ่งช่วยให้เรามั่นใจได้เลยว่าสิ่งที่เรากำลังจะซื้อนั้นเป็นไปตามที่เราต้องการ ไม่ต้องมานั่งหาข้อมูลเองให้ยุ่งยาก เป็นเหมือนตัวช่วยที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ พอเห็นสัญลักษณ์พวกนี้แล้วก็สบายใจที่จะหยิบใส่ตะกร้าได้เลย
อ่านฉลากให้เป็น: คัมภีร์ของคนรักผิวและรักโลก
นอกจากการมองหาสัญลักษณ์แล้ว การอ่านฉลากส่วนผสมก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลยนะคะ แม้ว่าบางแบรนด์อาจจะไม่ได้มีสัญลักษณ์รับรองวีแกนที่ชัดเจน แต่เราก็สามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองค่ะ ลองมองหาส่วนผสมที่มักจะมาจากสัตว์ เช่น คอลลาเจน (Collagen), ลาโนลิน (Lanolin), ขี้ผึ้ง (Beeswax), นม (Milk) หรือรังไหม (Silk) ถ้าไม่มีส่วนผสมเหล่านี้ ก็เป็นไปได้สูงว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์วีแกนค่ะ และที่สำคัญอีกอย่างคือการดูว่าแบรนด์นั้นๆ มีการระบุแหล่งที่มาของส่วนผสมอย่างชัดเจนหรือไม่ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตที่โปร่งใส การทำความเข้าใจฉลากส่วนผสมจะช่วยให้เราเป็นผู้บริโภคที่ฉลาดขึ้น และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองและโลกของเราได้ค่ะ บางทีฉันก็แอบจดลิสต์ส่วนผสมที่ควรเลี่ยงไว้ในมือถือเลยนะคะ เวลาไปซื้อของจะได้เปิดดูง่ายๆ
เรื่องเล่าจากคนใช้จริง: ฉันได้อะไรจากการเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์วีแกน
หลายคนอาจจะสงสัยว่าการเปลี่ยนมาใช้เครื่องสำอางวีแกนมันจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันจริงๆ เหรอ? จากประสบการณ์ตรงของฉัน ต้องบอกเลยว่า “ต่าง” อย่างชัดเจนเลยค่ะ! ไม่ได้ต่างแค่ภายนอก แต่ต่างไปจนถึงความรู้สึกภายในเลยค่ะ ตอนแรกที่คิดจะเปลี่ยนก็เพราะอยากลองอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง แล้วก็เห็นกระแสเรื่องรักษ์โลกมาแรง ก็เลยอยากเป็นส่วนหนึ่งด้วย แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะส่งผลดีกับผิวฉันได้มากขนาดนี้ อย่างที่บอกไปว่าฉันเป็นคนผิวแพ้ง่ายมาก หาเครื่องสำอางถูกใจยากสุดๆ แต่พอได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้แล้ว ผิวก็ไม่ค่อยมีปัญหา ผดผื่นก็ลดลง แถมยังรู้สึกว่าผิวแข็งแรงและสมดุลมากขึ้นด้วยค่ะ มันไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามที่เพิ่มขึ้นนะคะ แต่เป็นเรื่องของความสบายใจที่ได้รู้ว่าเรากำลังดูแลตัวเองด้วยวิธีที่ดีที่สุด และไม่ได้ทำร้ายใครไปด้วย
ผิวดีขึ้นจริงหรือแค่รู้สึกไปเอง?
คำถามนี้ผุดขึ้นมาในใจฉันบ่อยมากตอนช่วงแรกๆ ที่เปลี่ยนมาใช้วีแกนค่ะ “เราคิดไปเองหรือเปล่าว่าผิวดีขึ้น?” แต่พอมองย้อนกลับไปดูรูปผิวตัวเองก่อนหน้านี้ กับรูปปัจจุบัน ก็ต้องยอมรับเลยว่าผิวดีขึ้นจริงๆ ค่ะ! รอยแดงลดลง ผิวดูเรียบเนียนขึ้น และมีความชุ่มชื้นอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่มีสารเคมีรุนแรงที่ทำให้ผิวระคายเคือง หรือไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ พอผิวได้เจอสิ่งดีๆ ที่อ่อนโยน มันก็ฟื้นฟูตัวเองได้ดีขึ้นนั่นเองค่ะ ฉันสังเกตเห็นว่าผิวดูสดใสขึ้นแบบที่คนรอบข้างก็ทักเลยค่ะว่าไปทำอะไรมา ผิวดูมีออร่าขึ้นเยอะเลย อันนี้ไม่ได้อวยนะคะ แต่เป็นความรู้สึกจากใจจริงของคนใช้เลยค่ะ
ความสบายใจที่มาพร้อมความสวย
นอกเหนือจากเรื่องผิวที่ดีขึ้นแล้ว สิ่งที่ฉันได้รับจากการเปลี่ยนมาใช้เครื่องสำอางวีแกนคือ “ความสบายใจ” ค่ะ การได้รู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่เราใช้อยู่นั้นผลิตขึ้นโดยไม่เบียดเบียนสัตว์ ไม่มีการทดลองกับสัตว์ และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มันทำให้รู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ เหมือนเรากำลังทำบุญเล็กๆ ให้กับโลกใบนี้ไปด้วย ไม่ต้องมานั่งคิดกังวลเรื่องจริยธรรม หรือผลกระทบต่างๆ มันเป็นความสวยที่มาพร้อมกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ทำให้เรามั่นใจและมีความสุขกับการดูแลตัวเองมากขึ้นไปอีกระดับเลยค่ะ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์วีแกนไม่ใช่แค่เรื่องของเทรนด์ แต่เป็นเรื่องของ “หัวใจ” ที่อยากจะทำสิ่งดีๆ ให้กับทุกชีวิตบนโลกนี้ค่ะ
เปิดโลกส่วนผสม: วีแกนแล้วดียังไง? มาดูกันทีละตัว!
สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นเคยกับเครื่องสำอางวีแกน อาจจะสงสัยว่าแล้วส่วนผสมอะไรบ้างล่ะที่เขาใช้กัน? มันจะให้ผลลัพธ์ที่ดีได้จริงเหรอถ้าไม่มีส่วนผสมจากสัตว์? คำตอบคือ “ได้แน่นอนค่ะ!” เพราะจริงๆ แล้วในโลกของพืชพรรณและธรรมชาติก็มีสารสกัดทรงประสิทธิภาพที่ให้คุณสมบัติในการบำรุงผิวได้อย่างน่าทึ่งไม่แพ้ส่วนผสมจากสัตว์เลย แถมบางตัวยังอ่อนโยนกว่าด้วยซ้ำไปค่ะ ฉันเองก็ได้เรียนรู้เรื่องส่วนผสมเหล่านี้เยอะมากในช่วงที่หันมาใช้วีแกน และรู้สึกทึ่งกับพลังของธรรมชาติจริงๆ ค่ะ เหมือนกับว่าธรรมชาติได้เตรียมทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีที่สุดไว้ให้เราแล้ว เพียงแค่เราเปิดใจและเรียนรู้ที่จะเลือกใช้ให้ถูกวิธีเท่านั้นเอง ไม่ต้องกลัวว่าผิวจะไม่ได้รับสารอาหาร หรือวิตามินต่างๆ เพราะสารสกัดจากพืชหลายชนิดก็อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารผิวที่จำเป็นต่อเราอย่างครบถ้วนเลยค่ะ
ส่วนผสมหลักที่มักเจอในเครื่องสำอางวีแกน
ถ้าพูดถึงส่วนผสมที่มักจะเห็นบ่อยๆ ในเครื่องสำอางวีแกน ตัวเด่นๆ เลยก็จะมีพวกน้ำมันจากพืชต่างๆ เช่น น้ำมันโจโจ้บา (Jojoba Oil) ที่ใกล้เคียงกับน้ำมันธรรมชาติบนผิวเรามาก, น้ำมันอาร์แกน (Argan Oil) ที่ให้ความชุ่มชื้นและลดริ้วรอย, หรือเชียบัตเตอร์ (Shea Butter) ที่ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มเนียน นอกจากนี้ก็ยังมีสารสกัดจากผลไม้ เช่น วิตามินซีจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยม, สารสกัดจากดอกไม้ต่างๆ ที่ช่วยปลอบประโลมผิว และสารสกัดจากสาหร่ายทะเลที่มีแร่ธาตุและวิตามินสูง ซึ่งแต่ละส่วนผสมก็มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ พอเราได้รู้ว่าแต่ละตัวมีประโยชน์ยังไง ก็ยิ่งสนุกกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์มากขึ้นไปอีก
สิ่งที่ไม่มีในเครื่องสำอางวีแกน: สบายใจไร้กังวล
สิ่งสำคัญที่ทำให้เครื่องสำอางวีแกนแตกต่างจากเครื่องสำอางทั่วไปก็คือ “สิ่งที่ไม่มี” อยู่ในผลิตภัณฑ์นี่แหละค่ะ นั่นคือส่วนผสมที่มาจากสัตว์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น คอลลาเจน (Collagen) ที่มักจะสกัดมาจากหนังสัตว์, อีลาสติน (Elastin), เคราติน (Keratin), ขี้ผึ้ง (Beeswax) จากรังผึ้ง, ลาโนลิน (Lanolin) จากขนแกะ, คาร์มีน (Carmine) หรือ CI 75470 ที่เป็นสีแดงจากแมลง และอีกมากมาย การที่ไม่มีส่วนผสมเหล่านี้ ทำให้เรามั่นใจได้เลยว่าผลิตภัณฑ์ที่เราใช้นั้นบริสุทธิ์จริงๆ และไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองจากส่วนผสมเหล่านี้ค่ะ นอกจากนี้ยังไม่มีการทดลองกับสัตว์ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนรักสัตว์อย่างเราๆ สบายใจได้มากๆ เลยค่ะ เพราะเรารู้ว่าการสวยของเราไม่ได้ไปเบียดเบียนชีวิตเล็กๆ ของใคร
แบรนด์ไทยไม่แพ้ใคร: เครื่องสำอางวีแกนคุณภาพดี ราคาน่ารัก
ใครบอกว่าเครื่องสำอางวีแกนจะต้องแพงเสมอไปคะ? หรือต้องเป็นแบรนด์ต่างชาติเท่านั้นถึงจะดี? บอกเลยว่าตอนนี้แบรนด์ไทยของเราก็พัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางวีแกนออกมาได้น่าสนใจและมีคุณภาพไม่แพ้แบรนด์ดังๆ จากต่างประเทศเลยค่ะ แถมราคาก็ยังน่ารักเข้าถึงง่ายอีกด้วยนะ ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบอุดหนุนสินค้าไทยอยู่แล้ว พอเห็นว่ามีแบรนด์ไทยที่ทำเครื่องสำอางวีแกนออกมาดีๆ ก็ยิ่งรู้สึกภูมิใจและอยากบอกต่อมากๆ เลยค่ะ ที่สำคัญคือแบรนด์ไทยหลายๆ แบรนด์ยังใส่ใจเรื่องบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้ส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติในท้องถิ่น ซึ่งเป็นการส่งเสริมเกษตรกรไทยไปด้วยในตัว ถือเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ดีมากๆ เลยค่ะ มาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง
| คุณสมบัติ | เครื่องสำอางทั่วไป (อาจมี) | เครื่องสำอางวีแกน (ไม่มี) |
|---|---|---|
| ส่วนผสมจากสัตว์ | ✔️ | ❌ |
| การทดลองกับสัตว์ | ✔️ | ❌ |
| สารเคมีสังเคราะห์รุนแรง | ✔️ | ❌ (มักเน้นธรรมชาติ) |
| ความอ่อนโยนต่อผิว | หลากหลาย | สูง (มักเป็นมิตรกับผิวแพ้ง่าย) |
| ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม | อาจสูงกว่า | ต่ำกว่า (เน้นยั่งยืน) |
จุดเด่นที่ทำให้แบรนด์ไทยน่าจับตา
สิ่งที่ทำให้แบรนด์เครื่องสำอางวีแกนของไทยโดดเด่นไม่แพ้ใครเลยก็คือ “ความเข้าใจในสภาพผิวของคนไทย” และ “การเข้าถึงวัตถุดิบธรรมชาติคุณภาพดีในประเทศ” ค่ะ อย่างที่รู้กันว่าประเทศไทยเราอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณธรรมชาติที่มีประโยชน์มากมาย แบรนด์ไทยจึงสามารถนำวัตถุดิบเหล่านี้มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผิวคนไทยได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรไทย ผลไม้ไทย หรือสารสกัดจากพืชท้องถิ่นต่างๆ นอกจากนี้หลายแบรนด์ยังให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพเทียบเท่าสากล แถมยังมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและใช้งานง่ายอีกด้วยค่ะ เป็นการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาไทยและความทันสมัยได้อย่างลงตัว ทำให้ฉันรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของคนไทย
ชี้เป้าแบรนด์น่าลอง: ประสบการณ์ตรงจากฉัน
จากประสบการณ์ที่ได้ลองใช้เครื่องสำอางวีแกนของแบรนด์ไทยมาหลายตัว ก็มีหลายแบรนด์ที่ประทับใจมากๆ จนอยากจะชี้เป้าให้ทุกคนไปลองใช้กันดูค่ะ (ขอไม่เอ่ยชื่อแบรนด์ตรงๆ นะคะ แต่ใบ้ให้ว่าลองหาข้อมูลดู รับรองไม่ผิดหวัง!) บางแบรนด์ทำสกินแคร์ออกมาได้อ่อนโยนมาก ใช้แล้วรู้สึกผิวแข็งแรงขึ้นจริงๆ ส่วนบางแบรนด์ก็มีเมคอัพที่สีสวย ติดทน แถมยังทำมาจากส่วนผสมธรรมชาติอีกด้วย อย่างลิปสติกวีแกนของไทยนี่ก็สีสวยถูกใจหลายแท่งเลยค่ะ ที่สำคัญคือเนื้อสัมผัสดีมาก ไม่ทำให้ปากแห้งเลย ฉันว่าการได้ลองผิดลองถูกกับแบรนด์ไทยนี่แหละค่ะคือความสนุก เพราะเราจะได้ค้นพบ “ของดีราคาถูก” ที่คุณภาพเกินราคาไปเยอะเลย แถมยังได้สนับสนุนธุรกิจของคนไทยด้วยค่ะ
เทคนิคเล็กๆ เพื่อผิวสวยแบบยั่งยืน…ทำได้ง่ายกว่าที่คิด
การดูแลผิวให้สวยใสพร้อมๆ ไปกับการดูแลโลกของเรา ไม่ได้เป็นเรื่องยากอย่างที่หลายคนคิดเลยนะคะ มันเป็นเพียงแค่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันของเราเท่านั้นเอง ฉันเองก็เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ก่อนค่ะ ไม่ได้เปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว แต่ค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ หาข้อมูล จนตอนนี้การเลือกใช้เครื่องสำอางวีแกนและการบริโภคอย่างยั่งยืนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของฉันไปแล้วค่ะ และต้องบอกเลยว่ามันทำให้ฉันรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้นในทุกๆ วัน เพราะรู้ว่าการตัดสินใจเลือกซื้อแต่ละครั้งของเรานั้น มีส่วนช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับโลกใบนี้ได้จริงๆ ค่ะ ไม่ต้องไปมองว่าต้องทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ แค่เริ่มจากตัวเองนี่แหละค่ะคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดแล้ว
เริ่มต้นง่ายๆ แค่เปลี่ยนทีละอย่าง
สำหรับใครที่สนใจอยากจะลองเปลี่ยนมาใช้เครื่องสำอางวีแกนและหันมาบริโภคอย่างยั่งยืน ฉันแนะนำว่าไม่ต้องรีบร้อนค่ะ ค่อยๆ เปลี่ยนทีละอย่างก็พอ อย่างแรกอาจจะลองเปลี่ยนสกินแคร์ที่ใช้เป็นประจำก่อน เช่น โฟมล้างหน้า หรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ พอผิวเริ่มคุ้นชินแล้วค่อยๆ เปลี่ยนไปที่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น เมคอัพ หรือผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม การค่อยๆ ปรับเปลี่ยนแบบนี้จะช่วยให้เราไม่รู้สึกกดดัน และสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องค่ะ การเปลี่ยนจากของเดิมไปของใหม่ บางทีก็ต้องใช้เวลาปรับตัวนิดหน่อย แต่เชื่อเถอะค่ะว่าผลลัพธ์ที่ได้มันคุ้มค่ากับการรอคอยแน่นอน ผิวเราจะได้พักผ่อนจากสารเคมี และได้สัมผัสกับความอ่อนโยนจากธรรมชาติอย่างแท้จริง
ใช้ให้คุ้มค่า: ลดการใช้ ลดการทิ้ง
นอกจากการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อโลกแล้ว การ “ใช้ให้คุ้มค่า” ก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการบริโภคอย่างยั่งยืนเลยนะคะ เราควรใช้ผลิตภัณฑ์ให้หมดจด ไม่เหลือทิ้งขว้าง และพยายามเลือกซื้อขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งานของเรา เพื่อลดปริมาณขยะที่ไม่จำเป็นค่ะ บางทีฉันก็แอบมีทริคเล็กๆ คือการนำบรรจุภัณฑ์ที่หมดแล้วไปรีไซเคิล หรือบางแบรนด์ก็มีโครงการนำบรรจุภัณฑ์เปล่าไปคืนเพื่อรับส่วนลดด้วยนะคะ ซึ่งเป็นอะไรที่ดีมากๆ เลย นอกจากนี้ การใช้ผลิตภัณฑ์อย่างประหยัด ไม่ได้หมายความว่าจะต้องงกนะคะ แต่เป็นการใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะบางทีเราก็เผลอใช้เยอะเกินความจำเป็น ทำให้ผลิตภัณฑ์หมดเร็วและต้องซื้อบ่อยขึ้น การใช้ให้พอดี นอกจากจะช่วยประหยัดแล้ว ยังช่วยลดภาระให้กับโลกของเราด้วยค่ะ
ความลับของผิวสวยใสที่มาจากธรรมชาติ… สัมผัสได้ด้วยตัวคุณเอง
สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องที่ฮิตติดลมบนสุดๆ ในวงการบิวตี้กันนะคะ นั่นก็คือ “เครื่องสำอางวีแกน” หรือเครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์เลยแม้แต่น้อย! ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยสงสัยเหมือนกันค่ะว่ามันจะต่างอะไรกับเครื่องสำอางทั่วไป? แล้วมันจะดีกับผิวเราจริงๆ เหรอ? แต่หลังจากที่ได้ลองเปิดใจและเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาสักระยะหนึ่ง ก็ต้องบอกเลยว่าประทับใจมากๆ ค่ะ ไม่ใช่แค่รู้สึกว่าผิวได้รับการบำรุงอย่างอ่อนโยนเท่านั้นนะคะ แต่ยังรู้สึกสบายใจมากๆ ที่ได้รู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่เราใช้นั้นไม่ได้ทำร้ายสิ่งมีชีวิตอื่นๆ และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย มันเหมือนเป็นการดูแลตัวเองแบบองค์รวม ที่ไม่ได้โฟกัสแค่ความสวยภายนอก แต่ยังรวมไปถึงความรู้สึกดีๆ จากภายใน ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับโลกใบนี้ด้วยค่ะ เชื่อไหมคะว่าหลายครั้งที่ผิวเราเกิดปัญหา ไม่ว่าจะแพ้ ผื่นขึ้น หรือสิวเห่อ บางทีอาจเป็นเพราะส่วนผสมที่เราไม่รู้ว่ามันมาจากไหนก็ได้นะคะ พอหันมาใช้วีแกนแล้วรู้สึกเหมือนผิวได้พักผ่อนและฟื้นตัวได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ
ผิวแพ้ง่ายต้องลอง: ทำไมเครื่องสำอางวีแกนถึงตอบโจทย์
สำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่ายมากๆ แบบฉัน ต้องบอกเลยว่าการหาเครื่องสำอางที่ถูกใจนี่เป็นอะไรที่ท้าทายสุดๆ เลยค่ะ เคยใช้มาหลายยี่ห้อแล้วก็แพ้บ้าง คันบ้าง แดงบ้าง จนบางทีก็ท้อใจไปเลย แต่พอได้ลองเครื่องสำอางวีแกนแล้วรู้สึกเหมือนเจอทางสว่างค่ะ เพราะส่วนใหญ่แล้วผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มักจะเน้นส่วนผสมจากธรรมชาติที่อ่อนโยนกับผิว ไม่มีการใช้สารเคมีรุนแรง หรือส่วนผสมที่มาจากสัตว์ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ ทำให้ผิวฉันรู้สึกสบายขึ้นเยอะเลยค่ะ ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าจะแพ้อะไรอีก แถมยังรู้สึกว่าผิวแข็งแรงขึ้น ไม่ค่อยเป็นผื่นแดงง่ายเหมือนเมื่อก่อนด้วยค่ะ เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ เลยนะ ที่ไม่ต้องมานั่งลุ้นทุกครั้งที่ลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ว่าจะแพ้อีกไหม
สารพัดประโยชน์จากพืชพรรณ: พลังจากธรรมชาติเพื่อผิวสุขภาพดี
รู้ไหมคะว่าในโลกของพืชพรรณธรรมชาตินี่มีสารสกัดดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผิวเราเยอะแยะไปหมดเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นว่านหางจระเข้ที่ช่วยปลอบประโลมผิว, น้ำมันมะพร้าวที่ให้ความชุ่มชื้นแบบล้ำลึก, หรือแม้แต่สารสกัดจากชาเขียวที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เครื่องสำอางวีแกนส่วนใหญ่จะนำเอาคุณสมบัติเหล่านี้มาใช้ได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ ฉันเองก็ได้ลองผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากดอกกุหลาบ อัลมอนด์ หรือแม้กระทั่งน้ำมันจากเมล็ดกัญชง ซึ่งแต่ละตัวก็ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป แต่ที่เหมือนกันคือรู้สึกได้ถึงความบริสุทธิ์ของส่วนผสม ที่บำรุงผิวเราได้อย่างแท้จริง เหมือนเรากำลังป้อนอาหารดีๆ ให้กับผิวเลยค่ะ ไม่ต้องกังวลเรื่องสารตกค้าง หรือสารเคมีสังเคราะห์ที่ไม่จำเป็น ทำให้ผิวดูมีชีวิตชีวา เปล่งปลั่งขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมากๆ เลยค่ะ
สวยแบบมีสติ: เลือกยังไงให้มั่นใจว่าดีต่อโลกและเรา
การเลือกซื้อเครื่องสำอางในยุคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามอีกต่อไปแล้วค่ะ แต่ยังเป็นเรื่องของ “สติ” และ “ความรับผิดชอบ” ที่เรามีต่อตัวเองและโลกใบนี้ด้วย ฉันเชื่อว่าทุกคนอยากสวย แต่ก็อยากสวยแบบไม่เบียดเบียนใคร และอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ใช่ไหมคะ? การหันมาสนใจการบริโภคอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในหมวดเครื่องสำอางนี่แหละค่ะคือจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ เลย บางคนอาจจะคิดว่า “โอ๊ย! มันจะยุ่งยากไปไหม?” “ต้องเลือกเยอะแยะขนาดนั้นเลยเหรอ?” แต่จริงๆ แล้วมันง่ายกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ แค่เราใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มขึ้นอีกนิด ก็สามารถสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ได้แล้วค่ะ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตอย่างมีจริยธรรม ไม่มีการทดลองกับสัตว์ ไม่ใช้ส่วนผสมที่มาจากสัตว์ และใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มันคือการแสดงออกถึงความใส่ใจของเราจริงๆ ค่ะ
สัญลักษณ์สำคัญที่ต้องมองหา: ตัวช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น
เวลาที่เราเดินเข้าร้านเครื่องสำอาง หรือเลือกซื้อของออนไลน์ จะเห็นว่ามีเครื่องสำอางมากมายเต็มไปหมดจนตาลายไปหมดเลยใช่ไหมคะ? เพื่อให้การเลือกซื้อเครื่องสำอางวีแกนและยั่งยืนง่ายขึ้น ฉันมีทริคเล็กๆ มาฝากค่ะ นั่นก็คือการมองหาสัญลักษณ์รับรองต่างๆ บนฉลากผลิตภัณฑ์ค่ะ อย่างเช่น สัญลักษณ์ “Vegan Society”, “Leaping Bunny” (ไม่ทดลองกับสัตว์), หรือ “Cruelty-Free International” สัญลักษณ์เหล่านี้เป็นเหมือนเครื่องหมายการันตีว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ ผ่านการตรวจสอบและปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดมาแล้วจริงๆ ค่ะ ซึ่งช่วยให้เรามั่นใจได้เลยว่าสิ่งที่เรากำลังจะซื้อนั้นเป็นไปตามที่เราต้องการ ไม่ต้องมานั่งหาข้อมูลเองให้ยุ่งยาก เป็นเหมือนตัวช่วยที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ พอเห็นสัญลักษณ์พวกนี้แล้วก็สบายใจที่จะหยิบใส่ตะกร้าได้เลย
อ่านฉลากให้เป็น: คัมภีร์ของคนรักผิวและรักโลก
นอกจากการมองหาสัญลักษณ์แล้ว การอ่านฉลากส่วนผสมก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลยนะคะ แม้ว่าบางแบรนด์อาจจะไม่ได้มีสัญลักษณ์รับรองวีแกนที่ชัดเจน แต่เราก็สามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองค่ะ ลองมองหาส่วนผสมที่มักจะมาจากสัตว์ เช่น คอลลาเจน (Collagen), ลาโนลิน (Lanolin), ขี้ผึ้ง (Beeswax), นม (Milk) หรือรังไหม (Silk) ถ้าไม่มีส่วนผสมเหล่านี้ ก็เป็นไปได้สูงว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์วีแกนค่ะ และที่สำคัญอีกอย่างคือการดูว่าแบรนด์นั้นๆ มีการระบุแหล่งที่มาของส่วนผสมอย่างชัดเจนหรือไม่ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตที่โปร่งใส การทำความเข้าใจฉลากส่วนผสมจะช่วยให้เราเป็นผู้บริโภคที่ฉลาดขึ้น และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองและโลกของเราได้ค่ะ บางทีฉันก็แอบจดลิสต์ส่วนผสมที่ควรเลี่ยงไว้ในมือถือเลยนะคะ เวลาไปซื้อของจะได้เปิดดูง่ายๆ
เรื่องเล่าจากคนใช้จริง: ฉันได้อะไรจากการเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์วีแกน
หลายคนอาจจะสงสัยว่าการเปลี่ยนมาใช้เครื่องสำอางวีแกนมันจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันจริงๆ เหรอ? จากประสบการณ์ตรงของฉัน ต้องบอกเลยว่า “ต่าง” อย่างชัดเจนเลยค่ะ! ไม่ได้ต่างแค่ภายนอก แต่ต่างไปจนถึงความรู้สึกภายในเลยค่ะ ตอนแรกที่คิดจะเปลี่ยนก็เพราะอยากลองอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง แล้วก็เห็นกระแสเรื่องรักษ์โลกมาแรง ก็เลยอยากเป็นส่วนหนึ่งด้วย แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะส่งผลดีกับผิวฉันได้มากขนาดนี้ อย่างที่บอกไปว่าฉันเป็นคนผิวแพ้ง่ายมาก หาเครื่องสำอางถูกใจยากสุดๆ แต่พอได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้แล้ว ผิวก็ไม่ค่อยมีปัญหา ผดผื่นก็ลดลง แถมยังรู้สึกว่าผิวแข็งแรงและสมดุลมากขึ้นด้วยค่ะ มันไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามที่เพิ่มขึ้นนะคะ แต่เป็นเรื่องของความสบายใจที่ได้รู้ว่าเรากำลังดูแลตัวเองด้วยวิธีที่ดีที่สุด และไม่ได้ทำร้ายใครไปด้วย

ผิวดีขึ้นจริงหรือแค่รู้สึกไปเอง?
คำถามนี้ผุดขึ้นมาในใจฉันบ่อยมากตอนช่วงแรกๆ ที่เปลี่ยนมาใช้วีแกนค่ะ “เราคิดไปเองหรือเปล่าว่าผิวดีขึ้น?” แต่พอมองย้อนกลับไปดูรูปผิวตัวเองก่อนหน้านี้ กับรูปปัจจุบัน ก็ต้องยอมรับเลยว่าผิวดีขึ้นจริงๆ ค่ะ! รอยแดงลดลง ผิวดูเรียบเนียนขึ้น และมีความชุ่มชื้นอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่มีสารเคมีรุนแรงที่ทำให้ผิวระคายเคือง หรือไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ พอผิวได้เจอสิ่งดีๆ ที่อ่อนโยน มันก็ฟื้นฟูตัวเองได้ดีขึ้นนั่นเองค่ะ ฉันสังเกตเห็นว่าผิวดูสดใสขึ้นแบบที่คนรอบข้างก็ทักเลยค่ะว่าไปทำอะไรมา ผิวดูมีออร่าขึ้นเยอะเลย อันนี้ไม่ได้อวยนะคะ แต่เป็นความรู้สึกจากใจจริงของคนใช้เลยค่ะ
ความสบายใจที่มาพร้อมความสวย
นอกเหนือจากเรื่องผิวที่ดีขึ้นแล้ว สิ่งที่ฉันได้รับจากการเปลี่ยนมาใช้เครื่องสำอางวีแกนคือ “ความสบายใจ” ค่ะ การได้รู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่เราใช้อยู่นั้นผลิตขึ้นโดยไม่เบียดเบียนสัตว์ ไม่มีการทดลองกับสัตว์ และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มันทำให้รู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ เหมือนเรากำลังทำบุญเล็กๆ ให้กับโลกใบนี้ไปด้วย ไม่ต้องมานั่งคิดกังวลเรื่องจริยธรรม หรือผลกระทบต่างๆ มันเป็นความสวยที่มาพร้อมกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ทำให้เรามั่นใจและมีความสุขกับการดูแลตัวเองมากขึ้นไปอีกระดับเลยค่ะ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์วีแกนไม่ใช่แค่เรื่องของเทรนด์ แต่เป็นเรื่องของ “หัวใจ” ที่อยากจะทำสิ่งดีๆ ให้กับทุกชีวิตบนโลกนี้ค่ะ
เปิดโลกส่วนผสม: วีแกนแล้วดียังไง? มาดูกันทีละตัว!
สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นเคยกับเครื่องสำอางวีแกน อาจจะสงสัยว่าแล้วส่วนผสมอะไรบ้างล่ะที่เขาใช้กัน? มันจะให้ผลลัพธ์ที่ดีได้จริงเหรอถ้าไม่มีส่วนผสมจากสัตว์? คำตอบคือ “ได้แน่นอนค่ะ!” เพราะจริงๆ แล้วในโลกของพืชพรรณและธรรมชาติก็มีสารสกัดทรงประสิทธิภาพที่ให้คุณสมบัติในการบำรุงผิวได้อย่างน่าทึ่งไม่แพ้ส่วนผสมจากสัตว์เลย แถมบางตัวยังอ่อนโยนกว่าด้วยซ้ำไปค่ะ ฉันเองก็ได้เรียนรู้เรื่องส่วนผสมเหล่านี้เยอะมากในช่วงที่หันมาใช้วีแกน และรู้สึกทึ่งกับพลังของธรรมชาติจริงๆ ค่ะ เหมือนกับว่าธรรมชาติได้เตรียมทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีที่สุดไว้ให้เราแล้ว เพียงแค่เราเปิดใจและเรียนรู้ที่จะเลือกใช้ให้ถูกวิธีเท่านั้นเอง ไม่ต้องกลัวว่าผิวจะไม่ได้รับสารอาหาร หรือวิตามินต่างๆ เพราะสารสกัดจากพืชหลายชนิดก็อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารผิวที่จำเป็นต่อเราอย่างครบถ้วนเลยค่ะ
ส่วนผสมหลักที่มักเจอในเครื่องสำอางวีแกน
ถ้าพูดถึงส่วนผสมที่มักจะเห็นบ่อยๆ ในเครื่องสำอางวีแกน ตัวเด่นๆ เลยก็จะมีพวกน้ำมันจากพืชต่างๆ เช่น น้ำมันโจโจ้บา (Jojoba Oil) ที่ใกล้เคียงกับน้ำมันธรรมชาติบนผิวเรามาก, น้ำมันอาร์แกน (Argan Oil) ที่ให้ความชุ่มชื้นและลดริ้วรอย, หรือเชียบัตเตอร์ (Shea Butter) ที่ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มเนียน นอกจากนี้ก็ยังมีสารสกัดจากผลไม้ เช่น วิตามินซีจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยม, สารสกัดจากดอกไม้ต่างๆ ที่ช่วยปลอบประโลมผิว และสารสกัดจากสาหร่ายทะเลที่มีแร่ธาตุและวิตามินสูง ซึ่งแต่ละส่วนผสมก็มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ พอเราได้รู้ว่าแต่ละตัวมีประโยชน์ยังไง ก็ยิ่งสนุกกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์มากขึ้นไปอีก
สิ่งที่ไม่มีในเครื่องสำอางวีแกน: สบายใจไร้กังวล
สิ่งสำคัญที่ทำให้เครื่องสำอางวีแกนแตกต่างจากเครื่องสำอางทั่วไปก็คือ “สิ่งที่ไม่มี” อยู่ในผลิตภัณฑ์นี่แหละค่ะ นั่นคือส่วนผสมที่มาจากสัตว์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น คอลลาเจน (Collagen) ที่มักจะสกัดมาจากหนังสัตว์, อีลาสติน (Elastin), เคราติน (Keratin), ขี้ผึ้ง (Beeswax) จากรังผึ้ง, ลาโนลิน (Lanolin) จากขนแกะ, คาร์มีน (Carmine) หรือ CI 75470 ที่เป็นสีแดงจากแมลง และอีกมากมาย การที่ไม่มีส่วนผสมเหล่านี้ ทำให้เรามั่นใจได้เลยว่าผลิตภัณฑ์ที่เราใช้นั้นบริสุทธิ์จริงๆ และไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองจากส่วนผสมเหล่านี้ค่ะ นอกจากนี้ยังไม่มีการทดลองกับสัตว์ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนรักสัตว์อย่างเราๆ สบายใจได้มากๆ เลยค่ะ เพราะเรารู้ว่าการสวยของเราไม่ได้ไปเบียดเบียนชีวิตเล็กๆ ของใคร
แบรนด์ไทยไม่แพ้ใคร: เครื่องสำอางวีแกนคุณภาพดี ราคาน่ารัก
ใครบอกว่าเครื่องสำอางวีแกนจะต้องแพงเสมอไปคะ? หรือต้องเป็นแบรนด์ต่างชาติเท่านั้นถึงจะดี? บอกเลยว่าตอนนี้แบรนด์ไทยของเราก็พัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางวีแกนออกมาได้น่าสนใจและมีคุณภาพไม่แพ้แบรนด์ดังๆ จากต่างประเทศเลยค่ะ แถมราคาก็ยังน่ารักเข้าถึงง่ายอีกด้วยนะ ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบอุดหนุนสินค้าไทยอยู่แล้ว พอเห็นว่ามีแบรนด์ไทยที่ทำเครื่องสำอางวีแกนออกมาดีๆ ก็ยิ่งรู้สึกภูมิใจและอยากบอกต่อมากๆ เลยค่ะ ที่สำคัญคือแบรนด์ไทยหลายๆ แบรนด์ยังใส่ใจเรื่องบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้ส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติในท้องถิ่น ซึ่งเป็นการส่งเสริมเกษตรกรไทยไปด้วยในตัว ถือเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ดีมากๆ เลยค่ะ มาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง
| คุณสมบัติ | เครื่องสำอางทั่วไป (อาจมี) | เครื่องสำอางวีแกน (ไม่มี) |
|---|---|---|
| ส่วนผสมจากสัตว์ | ✔️ | ❌ |
| การทดลองกับสัตว์ | ✔️ | ❌ |
| สารเคมีสังเคราะห์รุนแรง | ✔️ | ❌ (มักเน้นธรรมชาติ) |
| ความอ่อนโยนต่อผิว | หลากหลาย | สูง (มักเป็นมิตรกับผิวแพ้ง่าย) |
| ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม | อาจสูงกว่า | ต่ำกว่า (เน้นยั่งยืน) |
จุดเด่นที่ทำให้แบรนด์ไทยน่าจับตา
สิ่งที่ทำให้แบรนด์เครื่องสำอางวีแกนของไทยโดดเด่นไม่แพ้ใครเลยก็คือ “ความเข้าใจในสภาพผิวของคนไทย” และ “การเข้าถึงวัตถุดิบธรรมชาติคุณภาพดีในประเทศ” ค่ะ อย่างที่รู้กันว่าประเทศไทยเราอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณธรรมชาติที่มีประโยชน์มากมาย แบรนด์ไทยจึงสามารถนำวัตถุดิบเหล่านี้มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผิวคนไทยได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรไทย ผลไม้ไทย หรือสารสกัดจากพืชท้องถิ่นต่างๆ นอกจากนี้หลายแบรนด์ยังให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพเทียบเท่าสากล แถมยังมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและใช้งานง่ายอีกด้วยค่ะ เป็นการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาไทยและความทันสมัยได้อย่างลงตัว ทำให้ฉันรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของคนไทย
ชี้เป้าแบรนด์น่าลอง: ประสบการณ์ตรงจากฉัน
จากประสบการณ์ที่ได้ลองใช้เครื่องสำอางวีแกนของแบรนด์ไทยมาหลายตัว ก็มีหลายแบรนด์ที่ประทับใจมากๆ จนอยากจะชี้เป้าให้ทุกคนไปลองใช้กันดูค่ะ (ขอไม่เอ่ยชื่อแบรนด์ตรงๆ นะคะ แต่ใบ้ให้ว่าลองหาข้อมูลดู รับรองไม่ผิดหวัง!) บางแบรนด์ทำสกินแคร์ออกมาได้อ่อนโยนมาก ใช้แล้วรู้สึกผิวแข็งแรงขึ้นจริงๆ ส่วนบางแบรนด์ก็มีเมคอัพที่สีสวย ติดทน แถมยังทำมาจากส่วนผสมธรรมชาติอีกด้วย อย่างลิปสติกวีแกนของไทยนี่ก็สีสวยถูกใจหลายแท่งเลยค่ะ ที่สำคัญคือเนื้อสัมผัสดีมาก ไม่ทำให้ปากแห้งเลย ฉันว่าการได้ลองผิดลองถูกกับแบรนด์ไทยนี่แหละค่ะคือความสนุก เพราะเราจะได้ค้นพบ “ของดีราคาถูก” ที่คุณภาพเกินราคาไปเยอะเลย แถมยังได้สนับสนุนธุรกิจของคนไทยด้วยค่ะ
เทคนิคเล็กๆ เพื่อผิวสวยแบบยั่งยืน…ทำได้ง่ายกว่าที่คิด
การดูแลผิวให้สวยใสพร้อมๆ ไปกับการดูแลโลกของเรา ไม่ได้เป็นเรื่องยากอย่างที่หลายคนคิดเลยนะคะ มันเป็นเพียงแค่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันของเราเท่านั้นเอง ฉันเองก็เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ก่อนค่ะ ไม่ได้เปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว แต่ค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ หาข้อมูล จนตอนนี้การเลือกใช้เครื่องสำอางวีแกนและการบริโภคอย่างยั่งยืนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของฉันไปแล้วค่ะ และต้องบอกเลยว่ามันทำให้ฉันรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้นในทุกๆ วัน เพราะรู้ว่าการตัดสินใจเลือกซื้อแต่ละครั้งของเรานั้น มีส่วนช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับโลกใบนี้ได้จริงๆ ค่ะ ไม่ต้องไปมองว่าต้องทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ แค่เริ่มจากตัวเองนี่แหละค่ะคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดแล้ว
เริ่มต้นง่ายๆ แค่เปลี่ยนทีละอย่าง
สำหรับใครที่สนใจอยากจะลองเปลี่ยนมาใช้เครื่องสำอางวีแกนและหันมาบริโภคอย่างยั่งยืน ฉันแนะนำว่าไม่ต้องรีบร้อนค่ะ ค่อยๆ เปลี่ยนทีละอย่างก็พอ อย่างแรกอาจจะลองเปลี่ยนสกินแคร์ที่ใช้เป็นประจำก่อน เช่น โฟมล้างหน้า หรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ พอผิวเริ่มคุ้นชินแล้วค่อยๆ เปลี่ยนไปที่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น เมคอัพ หรือผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม การค่อยๆ ปรับเปลี่ยนแบบนี้จะช่วยให้เราไม่รู้สึกกดดัน และสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องค่ะ การเปลี่ยนจากของเดิมไปของใหม่ บางทีก็ต้องใช้เวลาปรับตัวนิดหน่อย แต่เชื่อเถอะค่ะว่าผลลัพธ์ที่ได้มันคุ้มค่ากับการรอคอยแน่นอน ผิวเราจะได้พักผ่อนจากสารเคมี และได้สัมผัสกับความอ่อนโยนจากธรรมชาติอย่างแท้จริง
ใช้ให้คุ้มค่า: ลดการใช้ ลดการทิ้ง
นอกจากการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อโลกแล้ว การ “ใช้ให้คุ้มค่า” ก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการบริโภคอย่างยั่งยืนเลยนะคะ เราควรใช้ผลิตภัณฑ์ให้หมดจด ไม่เหลือทิ้งขว้าง และพยายามเลือกซื้อขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งานของเรา เพื่อลดปริมาณขยะที่ไม่จำเป็นค่ะ บางทีฉันก็แอบมีทริคเล็กๆ คือการนำบรรจุภัณฑ์ที่หมดแล้วไปรีไซเคิล หรือบางแบรนด์ก็มีโครงการนำบรรจุภัณฑ์เปล่าไปคืนเพื่อรับส่วนลดด้วยนะคะ ซึ่งเป็นอะไรที่ดีมากๆ เลย นอกจากนี้ การใช้ผลิตภัณฑ์อย่างประหยัด ไม่ได้หมายความว่าจะต้องงกนะคะ แต่เป็นการใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะบางทีเราก็เผลอใช้เยอะเกินความจำเป็น ทำให้ผลิตภัณฑ์หมดเร็วและต้องซื้อบ่อยขึ้น การใช้ให้พอดี นอกจากจะช่วยประหยัดแล้ว ยังช่วยลดภาระให้กับโลกของเราด้วยค่ะ
글을 마치며
เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน หวังว่าโพสต์นี้จะช่วยเปิดโลกและสร้างแรงบันดาลใจให้หลายๆ คนหันมาสนใจเครื่องสำอางวีแกนและวิถีบิวตี้แบบยั่งยืนกันมากขึ้นนะคะ การเลือกดูแลผิวแบบนี้ไม่ได้แค่ดีต่อตัวเราเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อสัตว์ สิ่งแวดล้อม และโลกของเราอย่างที่คาดไม่ถึงเลยค่ะ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการค้นพบความสวยแบบใหม่ ที่มาพร้อมกับความสบายใจนะคะ แล้วเจอกันใหม่โพสต์หน้าค่ะ!
알아두면 쓸모 있는 정보
1. เริ่มต้นเล็กๆ: ไม่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว ลองเริ่มจากผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้บ่อยที่สุด เช่น โฟมล้างหน้าหรือครีมบำรุง เพื่อให้ผิวได้ปรับตัวและคุณได้เรียนรู้ว่าอะไรที่เหมาะกับตัวเองที่สุด
2. อ่านฉลากให้ละเอียด: สังเกตสัญลักษณ์รับรองวีแกนและ Cruelty-Free บนผลิตภัณฑ์ และหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่มาจากสัตว์ เช่น Lanolin, Beeswax, Carmine เพื่อให้มั่นใจว่าคุณกำลังเลือกสิ่งที่ดีที่สุด
3. สนับสนุนแบรนด์ไทย: แบรนด์ไทยหลายเจ้ากำลังพัฒนาเครื่องสำอางวีแกนคุณภาพดี ในราคาที่จับต้องได้ แถมยังใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติในท้องถิ่น ซึ่งเป็นการช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยไปในตัว
4. พิจารณาบรรจุภัณฑ์: เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ง่าย หรือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดปริมาณขยะและลดผลกระทบต่อโลกของเรา
5. แบ่งปันประสบการณ์: เมื่อคุณได้ลองใช้แล้ว อย่าลืมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ ให้เพื่อนๆ หรือคนรอบข้างได้รู้ เพื่อเป็นการส่งต่อแรงบันดาลใจและสร้างสังคมบิวตี้ที่ยั่งยืนไปด้วยกัน
중요 사항 정리
สรุปแล้ว การหันมาใช้เครื่องสำอางวีแกนและเลือกวิถีบิวตี้แบบยั่งยืนนั้น ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของแฟชั่นหรือกระแสชั่วคราวเลยค่ะ แต่เป็นเรื่องของการตัดสินใจที่มี “สติ” และ “ความรับผิดชอบ” ที่เราทุกคนสามารถทำได้เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับตัวเองและโลกใบนี้
ผิวแข็งแรงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
จากประสบการณ์ตรงของฉัน การเปลี่ยนมาใช้วีแกนทำให้ผิวของฉันที่เคยแพ้ง่ายกลับมาแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะปราศจากสารเคมีรุนแรงและส่วนผสมจากสัตว์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง ผิวได้พักผ่อนและฟื้นฟูตัวเองด้วยพลังจากธรรมชาติ ทำให้ดูมีสุขภาพดี เปล่งปลั่ง และสมดุลมากขึ้น
ความสบายใจที่มาพร้อมความสวย
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้เรื่องผิวที่สวยขึ้น ก็คือความสบายใจที่ได้รู้ว่าการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของเรานั้น ไม่ได้เบียดเบียนสัตว์ ไม่มีการทดลองที่โหดร้าย และยังเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสิ่งแวดล้อม นี่คือความสวยที่แท้จริงที่มาจากภายในสู่ภายนอก ทำให้ทุกครั้งที่บำรุงผิว เราจะรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้นไปอีกระดับ
เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้โลก
ทุกการตัดสินใจซื้อของเรามีพลังค่ะ การเลือกสนับสนุนแบรนด์ที่ใส่ใจเรื่องจริยธรรม สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน เป็นการแสดงออกถึงคุณค่าที่เรายึดถือ และช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมความงามในภาพรวม ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มต้น หรือใช้มานานแล้ว ก็ถือว่าคุณกำลังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างโลกที่สวยงามและยั่งยืนยิ่งขึ้นค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: เครื่องสำอางวีแกนคืออะไรคะ แล้วมันต่างจาก Cruelty-Free หรือ Organic ยังไง?
ตอบ: โอ้โห! เป็นคำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยกันมากเลยค่ะ เพราะคำเหล่านี้ดูคล้ายกัน แต่จริงๆ แล้วมีความแตกต่างกันชัดเจนเลยนะ! เริ่มต้นที่ “เครื่องสำอางวีแกน” (Vegan Cosmetics) อันนี้เป็นอะไรที่ชัดเจนมากๆ เลยค่ะ คือผลิตภัณฑ์ที่ ไม่มีส่วนผสมใดๆ ที่มาจากสัตว์เลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ว่าจะเป็นทางตรง เช่น คอลลาเจน น้ำผึ้ง ขี้ผึ้ง ลาโนลิน (ไขมันจากขนแกะ) เจลาติน หรือแม้กระทั่งสีที่มาจากแมลง ก็ไม่สามารถอยู่ในกลุ่มวีแกนได้เลยค่ะ แถมที่สำคัญกว่านั้นคือ ต้องไม่มีการทดลองกับสัตว์ในทุกขั้นตอนการผลิตด้วย ตรงนี้สำคัญมากนะคะ เพราะวีแกนเน้นการไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์อย่างแท้จริงเลยค่ะส่วน “Cruelty-Free” (ครูเอลตี้-ฟรี) อันนี้จะหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ ไม่มีการทดลองกับสัตว์ ค่ะ ย้ำว่าไม่มีการทดลองกับสัตว์นะคะ แต่!
เค้าอาจจะยังมีส่วนผสมที่มาจากสัตว์อยู่ได้ค่ะ เช่น มีนม มีน้ำผึ้งเป็นส่วนผสม ถ้าใครเลือกใช้กลุ่มนี้ก็คือช่วยลดการทารุณกรรมสัตว์จากการทดลอง แต่ก็ยังไม่ได้หมายความว่าปราศจากส่วนผสมจากสัตว์ 100% นั่นเองค่ะ สังเกตง่ายๆ ก็คือจะมีสัญลักษณ์รูปกระต่าย หรือคำว่า “Not Tested on Animals” บนผลิตภัณฑ์ค่ะแล้ว “Organic” (ออร์แกนิก) ล่ะ?
คำนี้จะเน้นไปที่ ส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ และมาจากการเพาะปลูกแบบอินทรีย์ ปราศจากสารเคมี ยาฆ่าแมลง หรือปุ๋ยเคมีค่ะ ฟังดูดีมากๆ เลยใช่มั้ยคะ แต่มันอาจจะมีส่วนผสมที่มาจากสัตว์ได้ค่ะ เช่น นม ไข่ หรือน้ำผึ้ง ที่มาจากฟาร์มที่เลี้ยงดูแบบออร์แกนิก และผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกบางตัวก็อาจจะยังมีการทดลองกับสัตว์ได้ด้วยค่ะ (แม้ว่าส่วนใหญ่แบรนด์ออร์แกนิกจะพยายามเป็น Cruelty-Free ด้วยก็ตาม) ดังนั้นจะเห็นได้ว่า Vegan คือที่สุดของความครบวงจรในการไม่เบียดเบียนสัตว์และยังคงความเป็นธรรมชาติ อ่อนโยนกับผิวและโลกของเราค่ะ
ถาม: ทำไมถึงควรเลือกใช้เครื่องสำอางวีแกนคะ แล้วมันดียังไงกับผิวเราและโลกใบนี้?
ตอบ: ฮั่นแน่! พอรู้ความต่างแล้ว เริ่มสนใจอยากลองใช้วีแกนกันมากขึ้นแล้วใช่มั้ยคะ ฉันบอกเลยว่าการหันมาใช้เครื่องสำอางวีแกนเนี่ย มันดีกับเราทั้งกายและใจ แถมยังช่วยโลกของเราได้อีกหลายทางเลยนะคะ จากประสบการณ์ที่ได้ลองใช้มาสักพักเนี่ย มีหลายอย่างที่ฉันรู้สึกประทับใจมากๆ เลยค่ะดีต่อผิวบอบบางแพ้ง่ายสุดๆ: อันดับแรกที่ฉันสัมผัสได้เลยคือ ความอ่อนโยนค่ะ เพราะผลิตภัณฑ์วีแกนส่วนใหญ่จะเน้นส่วนผสมจากพืชธรรมชาติเป็นหลัก และมักจะปราศจากสารเคมีรุนแรงที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น พาราเบน ซัลเฟต น้ำหอมสังเคราะห์ พอได้ลองใช้กับผิวที่แพ้ง่ายของตัวเองแล้วเนี่ย รู้สึกเลยว่าผิวแข็งแรงขึ้น ไม่ค่อยมีผื่นแพ้ หรือสิวอุดตันกวนใจเหมือนเมื่อก่อน ผิวดูสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ เหมือนร่างกายเราจะคุ้นเคยกับสารสกัดจากธรรมชาติมากกว่า ทำให้การดูดซึมและการทำงานของผิวดีขึ้นด้วยค่ะ
อุดมไปด้วยคุณค่าจากธรรมชาติ: พวกสารสกัดจากพืชพรรณต่างๆ เนี่ย อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระสูงมากเลยนะคะ ที่สำคัญคือร่างกายเราดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่าสารสังเคราะห์เยอะเลยค่ะ ทำให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่ ดูเปล่งปลั่งอ่อนเยาว์ ใครๆ ก็ทักว่าผิวดีขึ้นเยอะเลยค่ะ
สบายใจ ไม่เบียดเบียนสัตว์: ข้อนี้เป็นอะไรที่ทำให้ฉันรู้สึกดีจากข้างในจริงๆ ค่ะ ทุกครั้งที่หยิบผลิตภัณฑ์วีแกนขึ้นมาใช้ ก็จะรู้สึกได้ถึงความตั้งใจดีที่แบรนด์มีต่อสัตว์โลก เพราะเรารู้ว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ ต้องถูกทารุณกรรมจากการทดลอง หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของเค้ามาเป็นส่วนผสมเพื่อความงามของเราเลยค่ะ การได้สวยแบบไม่ทำร้ายใคร มันเป็นความสุขที่แท้จริงเลยนะ
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: นอกจากจะดีต่อผิวและสัตว์แล้ว ยังดีต่อโลกของเราด้วยค่ะ กระบวนการผลิตเครื่องสำอางวีแกนส่วนใหญ่จะเน้นการใช้ส่วนผสมที่ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์ก็มักจะเป็นวัสดุที่รีไซเคิลได้ หรือย่อยสลายง่าย ช่วยลดปริมาณขยะและสารเคมีที่จะถูกปล่อยสู่ธรรมชาติ ลองคิดดูสิคะว่าถ้าเราทุกคนช่วยกันเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจโลกใบนี้ โลกของเราก็จะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ การเลือกซื้อแต่ละครั้งของเราส่งผลยิ่งใหญ่กว่าที่คิดเยอะเลยนะ
ถาม: เครื่องสำอางวีแกนในไทยหายากไหม แล้วแบรนด์ไทยน่าใช้มีอะไรบ้างคะ?
ตอบ: อุ๊ย! คำถามนี้โดนใจสุดๆ เลยค่ะ เมื่อก่อนอาจจะหายากหน่อยนะคะ แต่บอกเลยว่าตอนนี้ในประเทศไทย กระแสเครื่องสำอางวีแกนและบิวตี้ที่ยั่งยืนกำลังมาแรงมากๆ ค่ะ ฉันเห็นว่ามีตัวเลือกเยอะขึ้นมาก ทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศที่นำเข้ามา ทำให้เราหาสินค้าดีๆ มาใช้ได้ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ ไม่ต้องบินไปซื้อไกลถึงต่างประเทศแล้วนะ!
แบรนด์ไทยเองก็ไม่น้อยหน้าเลยค่ะ มีหลายแบรนด์ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์วีแกนออกมาได้ดีเยี่ยมมากๆ แถมยังเข้าใจสภาพผิวและอากาศของบ้านเราเป็นอย่างดีด้วยนะคะ ฉันเองก็มีแบรนด์โปรดที่อยากแนะนำเลยค่ะ:Maria Natural Beauty: เป็นแบรนด์ไทยที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ จุดเด่นของเขาคือเป็นเครื่องสำอางกึ่งสกินแคร์ คือแต่งหน้าไปพร้อมๆ กับบำรุงผิวไปในตัวเลยค่ะ แถมยังอ่อนโยนมากๆ เหมาะกับคนผิวแพ้ง่าย และคนท้องก็ใช้ได้ด้วยนะคะ ที่สำคัญคือปราศจากน้ำหอม พาราเบน แอลกอฮอล์ และสารเคมีอันตรายอื่นๆ อีกเพียบเลยค่ะ ลองใช้แล้วรู้สึกผิวสบายมากๆ เลยนะ
AKINS: แบรนด์นี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับสายวีแกนเลยค่ะ เขามีทั้งสกินแคร์และเมคอัพที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีอันตราย และแน่นอนว่าไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ ไม่มีการทดลองกับสัตว์ด้วยค่ะ ผลิตภัณฑ์ของเขาเน้นฟีลธรรมชาติ ใช้ได้ทุกวัน ให้ลุคใสๆ สบายผิวค่ะ
เฌอ (Cher): เป็นแบรนด์ไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่ายและช่วยรักษาสิวเลยค่ะ ผลิตภัณฑ์ของเขาเป็นวีแกน 100% ปราศจากสารกันเสีย น้ำหอม สี สเตียรอยด์ และสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่างๆ อีกมากมายค่ะ ใครที่มีปัญหาสิว ผิวบอบบาง ลองดูแบรนด์นี้ได้เลยค่ะ ฉันเห็นหลายคนใช้แล้วบอกต่อว่าดีจริงค่ะ
IRA NATURAL: แบรนด์ไทยน้องใหม่ที่มาแรงมากๆ ค่ะ โดยเฉพาะลิปบาล์มและลิปสติกของเขาเนี่ย ใช้ดีมากๆ เลยค่ะ นอกจากส่วนผสมจะเป็นออร์แกนิกและวีแกนแล้ว บรรจุภัณฑ์ของเขาก็ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายได้ด้วยนะคะ เป็นการสวยแบบครบวงจรจริงๆ ค่ะนอกจากแบรนด์ไทยแล้ว ก็ยังมีแบรนด์ต่างประเทศชื่อดังหลายแบรนด์ที่หาซื้อได้ในไทยและมีไลน์ผลิตภัณฑ์วีแกนหรือเป็นวีแกนทั้งหมด เช่น Tarte, e.l.f.
Cosmetics, Cover FX, Hourglass (บางผลิตภัณฑ์) พวกนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมไม่แพ้กันเลยค่ะเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ในการเลือกซื้อเครื่องสำอางวีแกนในไทยนะคะ ลองสังเกตสัญลักษณ์ “Vegan” หรือ “Certified Vegan” บนฉลากผลิตภัณฑ์ค่ะ บางทีอาจจะเป็นรูปใบไม้ หรือตัว V ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่แน่ใจจริงๆ ลองอ่านส่วนผสมดูได้เลยค่ะ เลี่ยงส่วนผสมที่มาจากสัตว์อย่างที่ฉันบอกไปข้างต้น แค่นี้เราก็สวยแบบสบายใจ ได้ช่วยดูแลทั้งตัวเอง สัตว์โลก และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กันแล้วค่ะ!
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ! อยากให้ลองเปิดใจมาสวยแบบวีแกนกันเยอะๆ นะคะ แล้วคุณจะหลงรักเหมือนฉันเลย!






