เพื่อนๆ ชาวบล็อกที่รักความสวยความงามและใส่ใจโลกทุกคนขา! วันนี้มีเรื่องใกล้ตัวสุดๆ ที่อยากจะชวนมาคุยกันค่ะ คือเรื่องของ “เครื่องสำอางวีแกน” นั่นเองค่ะ เชื่อเลยว่าหลายคนคงเคยได้ยิน หรือเริ่มสนใจกันบ้างแล้วใช่ไหมคะ?
เพราะยุคนี้เทรนด์รักษ์โลก รักสัตว์ และรักสุขภาพผิวของเราเองกำลังมาแรงสุดๆ เลยเนอะ การเลือกใช้เครื่องสำอางก็ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มันคือการแสดงออกถึงความใส่ใจที่เรามีต่อทุกชีวิตและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราด้วยค่ะ ซึ่งบอกเลยว่าจากการที่ฉันเองได้ลองค้นคว้าและสัมผัสมาแล้วเนี่ย เครื่องสำอางวีแกนไม่ได้ดีแค่กับโลกเท่านั้น แต่ยังดีต่อผิวเราแบบสุดๆ ด้วยนะ ยิ่งในตอนนี้ที่มีแบรนด์ดีๆ น่าสนใจออกมาให้เลือกเยอะแยะเต็มไปหมดเลยค่ะ อยากรู้กันแล้วใช่ไหมล่ะคะว่าทำไมถึงต้องหันมาใช้เครื่องสำอางวีแกน และมันมีข้อดีอะไรซ่อนอยู่บ้าง?
ถ้าอย่างนั้น เรามาทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กันในบทความนี้เลยค่ะ
ผิวบอบบางแพ้ง่าย เฮ! ได้เวลาปลอบประโลมผิวแล้วค่ะ!

เพื่อนๆ ที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่ายเหมือนฉันฟังทางนี้เลยค่ะ! ก่อนหน้านี้ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่เจอปัญหาผิวแพ้ สิวเห่อ ผื่นขึ้นง่ายมากๆ เวลาลองใช้เครื่องสำอางใหม่ๆ ทีไรก็ต้องมาลุ้นระทึกทุกทีว่าจะรอดไหมนะ? กว่าจะเจอชิ้นที่ถูกใจก็หมดเงินไปเยอะมากเลยค่ะ จนกระทั่งได้มาลองเปิดใจให้ “เครื่องสำอางวีแกน” นี่แหละค่ะ บอกเลยว่าชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเยอะมากกกก ผิวที่เคยแดงง่าย อักเสบบ่อยๆ ก็ค่อยๆ สงบลง รู้สึกได้เลยว่าผิวแข็งแรงขึ้น ไม่ค่อยงอแงเหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ มันเหมือนกับการที่เราได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผิวตัวเองจริงๆ นะคะ ไม่ต้องทนกับอาการคันยิบๆ หรือผื่นแดงๆ อีกต่อไปแล้ว ผิวของเรามันสมควรได้รับการดูแลอย่างอ่อนโยนที่สุดอยู่แล้วเนอะ ยิ่งถ้าใครที่กำลังมองหาทางออกให้กับปัญหาผิวแพ้ง่ายอยู่ล่ะก็ ฉันขอแนะนำเลยว่าเครื่องสำอางวีแกนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ เพราะส่วนผสมที่เค้าเลือกใช้ส่วนใหญ่มาจากธรรมชาติ และปราศจากสารเคมีรุนแรงที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองนั่นเองค่ะ เป็นการดูแลผิวแบบองค์รวมที่ฉันรู้สึกประทับใจมากๆ จนอยากจะบอกต่อให้ทุกคนได้ลองสัมผัสประสบการณ์ดีๆ แบบนี้ดูบ้างค่ะ
ส่วนผสมจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีตกค้าง
สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกมั่นใจในเครื่องสำอางวีแกนมากๆ ก็คือเรื่องของส่วนผสมนี่แหละค่ะ คือเราทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วใช่ไหมคะว่าผิวของเราเนี่ยมันดูดซับทุกสิ่งที่เราทาลงไป ยิ่งถ้าเป็นสารเคมีอันตรายหรือสารก่อการแพ้ มันก็ยิ่งสะสมแล้วส่งผลเสียต่อผิวในระยะยาวได้ค่ะ แต่เครื่องสำอางวีแกนส่วนใหญ่จะเน้นส่วนผสมที่มาจากพืชพรรณธรรมชาติ เช่น สารสกัดจากดอกไม้ ผลไม้ หรือสมุนไพรต่างๆ ที่เป็นมิตรต่อผิวมากๆ ค่ะ พวกสารเคมีรุนแรงที่เรามักเจอในเครื่องสำอางทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นพาราเบน ซัลเฟต หรือฟทาเลต ก็จะถูกตัดออกไปจากลิสต์ส่วนผสมเลยค่ะ ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจได้เลยว่ากำลังดูแลผิวด้วยสิ่งดีๆ จากธรรมชาติจริงๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องสารตกค้าง หรือการสะสมของสารเคมีที่จะส่งผลกระทบต่อผิวในอนาคตเลยค่ะ สำหรับฉันแล้ว นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่ากับสุขภาพผิวในระยะยาวมากๆ ค่ะ
บอกลาน้ำหอม สีสังเคราะห์ แอลกอฮอล์ ตัวการแพ้ที่แท้ทรู!
อีกหนึ่งสิ่งที่ฉันสัมผัสได้ชัดเจนเลยหลังจากเปลี่ยนมาใช้เครื่องสำอางวีแกนคือ ผิวของฉันไม่ค่อยมีปฏิกิริยาต่อต้านเหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ เพราะว่าเครื่องสำอางวีแกนหลายๆ แบรนด์เค้าจะหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอมสังเคราะห์ สีสังเคราะห์ หรือแอลกอฮอล์ ที่มักจะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวของคนแพ้ง่ายอย่างเราๆ เกิดอาการระคายเคืองได้ง่ายมากๆ ค่ะ ส่วนตัวฉันเองเป็นคนที่ไม่ถูกกับน้ำหอมในเครื่องสำอางเลยค่ะ แค่ได้กลิ่นก็เริ่มรู้สึกยิบๆ ที่ผิวแล้ว พอมาใช้แบบวีแกนที่มักจะไม่มีกลิ่น หรือใช้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากธรรมชาติเท่านั้น ก็สบายใจขึ้นเยอะเลยค่ะ ไม่ต้องมาคอยกังวลว่าวันนี้จะแพ้อะไรอีกไหม? ทำให้การแต่งหน้าและการบำรุงผิวในแต่ละวันกลายเป็นเรื่องที่สนุกและไร้กังวลมากขึ้นเยอะเลยค่ะ ใครที่กำลังเจอกับปัญหาเดียวกับฉันอยู่ ลองสังเกตดูนะคะว่าเครื่องสำอางที่ใช้อยู่มีส่วนผสมเหล่านี้หรือเปล่า บางทีการตัดสิ่งเหล่านี้ออกไป อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของผิวสวยสุขภาพดีก็ได้ค่ะ
สวยจากภายในสู่ภายนอก พร้อมรักษ์โลกไปกับเรา
พอเราพูดถึง “ความสวย” หลายคนอาจจะนึกถึงแค่ภายนอกใช่ไหมคะ? แต่สำหรับฉันแล้ว ความสวยมันรวมไปถึงจิตใจที่ดี และการเลือกสิ่งที่เราใช้ที่ส่งผลดีต่อโลกใบนี้ด้วยค่ะ การหันมาใช้เครื่องสำอางวีแกนมันไม่ใช่แค่เรื่องผิวสวยเท่านั้น แต่มันคือการแสดงออกถึงความใส่ใจที่เรามีต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ และสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราด้วยค่ะ ฉันเองรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำร้ายสัตว์ ไม่สร้างภาระให้กับโลกใบนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกว่าความสวยของฉันมันมีความหมายมากกว่าแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่มันคือความสวยที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบและความเมตตาค่ะ การได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ในชีวิตประจำวันที่สามารถสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่อโลกได้เนี่ย มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ เลยนะคะ ยิ่งได้เห็นว่าแบรนด์ต่างๆ ก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่าเรามาถูกทางแล้วค่ะ
ไม่มีการทดลองกับสัตว์ ไม่ทำร้ายชีวิตน้อยๆ
เรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันตัดสินใจหันมาใช้เครื่องสำอางวีแกนแบบจริงจังเลยค่ะ คือเราทุกคนน่าจะเคยเห็นภาพการทดลองกับสัตว์ที่น่าสงสารในห้องแล็บใช่ไหมคะ? แค่คิดก็รู้สึกปวดใจแล้วค่ะ สัตว์ตัวน้อยๆ ที่ต้องมาทนทุกข์ทรมานเพียงเพื่อการผลิตเครื่องสำอางเนี่ยมันไม่แฟร์เลยค่ะ พอฉันได้รู้ว่าเครื่องสำอางวีแกนทุกชิ้นจะต้องไม่มีการทดลองกับสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนใดๆ ในการผลิต ก็รู้สึกโล่งใจและพร้อมที่จะสนับสนุนทันทีเลยค่ะ การที่เราได้สวยโดยที่ไม่ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดของสิ่งมีชีวิตอื่น มันเป็นความรู้สึกที่ดีกว่ากันเยอะมากๆ เลยนะคะ ยิ่งไปกว่านั้น การเลือกเครื่องสำอางที่ไม่ทดลองกับสัตว์ยังเป็นการส่งเสียงเล็กๆ ของเราไปถึงอุตสาหกรรมความงามว่า ผู้บริโภคอย่างเราๆ ใส่ใจเรื่องจริยธรรม และต้องการผลิตภัณฑ์ที่ผลิตด้วยความรับผิดชอบค่ะ เป็นการสวยแบบมีจิตสำนึกที่ฉันอยากให้ทุกคนได้ลองสัมผัสจริงๆ ค่ะ
บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ลดขยะ ลดรอยเท้าคาร์บอน
นอกจากเรื่องส่วนผสมและการไม่ทดลองกับสัตว์แล้ว อีกเรื่องที่ฉันประทับใจมากๆ ในเครื่องสำอางวีแกนหลายๆ แบรนด์คือเรื่องของบรรจุภัณฑ์ค่ะ คือหลายแบรนด์เค้าออกแบบมาให้สามารถรีไซเคิลได้ ใช้พลาสติกรีไซเคิล หรือแม้กระทั่งวัสดุจากธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ง่าย ซึ่งมันช่วยลดปริมาณขยะที่เราสร้างขึ้นในแต่ละวันได้เยอะมากๆ เลยค่ะ ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่พยายามลดการสร้างขยะให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พอได้เห็นว่าแบรนด์เครื่องสำอางที่เราชอบก็ใส่ใจเรื่องนี้เหมือนกัน ก็ยิ่งรู้สึกดีมากๆ ค่ะ มันไม่ใช่แค่เรื่องการลดขยะเท่านั้นนะคะ แต่มันยังรวมถึงการลดรอยเท้าคาร์บอน (carbon footprint) ที่เกิดจากการผลิตและการขนส่งด้วยค่ะ การที่เราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมแบบนี้ ถือเป็นการร่วมมือกันสร้างโลกที่ดีขึ้นในทุกๆ วันเลยค่ะ
วีแกนเมคอัพ ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คืออนาคตของบิวตี้!
เชื่อไหมคะว่าเมื่อก่อนหลายคนอาจจะมองว่าเครื่องสำอางวีแกนเป็นแค่กระแสแฟชั่น เป็นของแปลกใหม่ที่เดี๋ยวก็จางหายไป แต่สำหรับฉันแล้ว จากประสบการณ์ที่ได้ลองใช้และติดตามมาตลอดหลายปี ฉันกล้าพูดได้เลยว่านี่ไม่ใช่แค่เทรนด์ฉาบฉวย แต่มันคือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการความงามเลยค่ะ เหมือนเป็นการปฏิวัติที่ทำให้เราได้เห็นว่าความสวยงามนั้นสามารถมาคู่กับความรับผิดชอบได้โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพเลยแม้แต่น้อยค่ะ แบรนด์ใหญ่ๆ หลายแบรนด์ก็เริ่มหันมาผลิตไลน์สินค้าวีแกนกันมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเขาก็เห็นแล้วว่าผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากแค่ไหน เป็นสัญญาณที่ดีมากๆ เลยค่ะว่าแนวคิดของการใช้เครื่องสำอางที่ยั่งยืน กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่เราทุกคนจะคุ้นเคยกันในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอนค่ะ
คุณภาพไม่เป็นรองใคร ประสิทธิภาพดีงามเกินคาด
บางคนอาจจะกังวลว่า “เครื่องสำอางวีแกนจะดีเท่าเครื่องสำอางทั่วไปเหรอ?” หรือ “ประสิทธิภาพจะสู้ได้ไหม?” ฉันเองก็เคยคิดแบบนั้นค่ะ แต่พอได้ลองใช้จริงๆ จังๆ ก็ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่เลยค่ะ เพราะคุณภาพและประสิทธิภาพของเครื่องสำอางวีแกนหลายๆ แบรนด์คือดีงามเกินคาดมากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นรองพื้นที่ติดทนนาน ลิปสติกสีสวยเม็ดสีชัดเจน หรือสกินแคร์ที่ช่วยบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก คือไม่ได้รู้สึกเลยว่ากำลังใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีข้อจำกัดอะไรเลยค่ะ บางชิ้นกลับดีกว่าเครื่องสำอางที่เคยใช้มาด้วยซ้ำไปค่ะ เพราะเค้าใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติที่คัดสรรมาอย่างดี แถมยังผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนาที่ไม่ต่างจากเครื่องสำอางทั่วไปเลยค่ะ การที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อผิว ดีต่อโลก และได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ มันเป็นความสุขเล็กๆ ที่เติมเต็มในแต่ละวันเลยนะคะ
แบรนด์ไทย แบรนด์เทศ เริ่มตบเท้าเข้าสู่ตลาดเพียบ!
สมัยก่อนถ้าจะหาเครื่องสำอางวีแกนดีๆ สักชิ้นอาจจะต้องเหนื่อยหน่อยค่ะ เพราะตัวเลือกมีไม่มากนัก แต่ตอนนี้บอกเลยว่าดีใจแทนเพื่อนๆ ทุกคนมากๆ ค่ะ เพราะมีแบรนด์เครื่องสำอางวีแกนทั้งของไทยและต่างประเทศผุดขึ้นมาให้เลือกมากมายเต็มไปหมดเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไทยที่เน้นวัตถุดิบท้องถิ่น หรือแบรนด์ต่างประเทศชื่อดังที่หันมาออกไลน์สินค้าวีแกนโดยเฉพาะ ทำให้เรามีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณแบบไหน หรือต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทไหน ก็สามารถหาซื้อได้ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ แถมการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นก็ยังทำให้แบรนด์ต่างๆ พัฒนาคุณภาพและราคาให้เข้าถึงง่ายมากขึ้นอีกด้วยนะคะ เป็นเรื่องที่ดีต่อผู้บริโภคอย่างเราๆ มากๆ เลยค่ะ ตอนนี้ฉันเองก็กำลังสนุกกับการลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ รับรองว่าไม่มีเบื่อแน่นอน!
เคล็ดลับเลือกเครื่องสำอางวีแกนฉบับคนเคยลองผิดลองถูก
ในฐานะบล็อกเกอร์ที่ลองผิดลองถูกกับเครื่องสำอางมาเยอะมากๆ ฉันเข้าใจเลยว่าการเลือกซื้อเครื่องสำอางใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องสำอางวีแกน อาจจะทำให้หลายคนสับสนได้ค่ะ เพราะคำว่า “วีแกน” มันก็มีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะพอสมควรเลยใช่ไหมคะ? ไม่ต้องห่วงค่ะ! วันนี้ฉันมีเคล็ดลับง่ายๆ ที่ฉันใช้เองมาบอกต่อ รับรองว่าช่วยให้เพื่อนๆ เลือกซื้อเครื่องสำอางวีแกนได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกลัวพลาดเลยค่ะ สิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้เวลาทำความเข้าใจข้อมูลสักเล็กน้อย ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อค่ะ เพราะการลงทุนกับผิวและสุขภาพของเราเอง ไม่มีคำว่ารีบร้อนหรอกค่ะ ยิ่งเราศึกษาข้อมูลดีเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของเรามากที่สุดเท่านั้นค่ะ ลองเอาเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้กันดูนะคะ รับรองว่าได้เครื่องสำอางวีแกนชิ้นโปรดกลับบ้านไปอย่างแน่นอน!
มองหาสัญลักษณ์รับรองที่เชื่อถือได้
สิ่งแรกที่ฉันมักจะมองหาเวลาเลือกซื้อเครื่องสำอางวีแกนคือ “สัญลักษณ์รับรอง” ที่ปรากฏอยู่บนบรรจุภัณฑ์ค่ะ สัญลักษณ์เหล่านี้เป็นเหมือนเครื่องหมายการันตีจากองค์กรอิสระที่น่าเชื่อถือ ว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าเป็นวีแกนจริงๆ ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ และไม่มีการทดลองกับสัตว์ค่ะ สัญลักษณ์ที่คุ้นตาและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลก็อย่างเช่น Vegan Society, PETA Cruelty-Free and Vegan หรือ Certified Vegan ของ Vegan Action ค่ะ การมีสัญลักษณ์เหล่านี้จะช่วยให้เรามั่นใจได้ในระดับหนึ่งเลยค่ะว่าเรากำลังเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามหลักการวีแกนจริงๆ ไม่ต้องมานั่งสงสัยหรือค้นคว้าข้อมูลมากมายเองให้เสียเวลาค่ะ แต่ก็ต้องระวังแบรนด์ที่ใช้คำว่า “Vegan-friendly” หรือ “Plant-based” เฉยๆ ด้วยนะคะ เพราะบางทีอาจจะไม่ได้หมายความว่าเป็นวีแกน 100% เสมอไปค่ะ
อ่านฉลากให้ละเอียด สแกนส่วนผสมให้ชัวร์

ถึงแม้จะมีสัญลักษณ์รับรองแล้ว การอ่านฉลากส่วนผสมอย่างละเอียดก็ยังเป็นสิ่งที่ฉันแนะนำมากๆ ค่ะ เพราะบางครั้งแบรนด์อาจจะไม่ได้มีสัญลักษณ์ปรากฏให้เห็นชัดเจน หรือเราอาจจะอยากตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งค่ะ การเรียนรู้ส่วนผสมที่ไม่ใช่วีแกนที่พบบ่อยๆ ไว้บ้างก็มีประโยชน์มากๆ เลยค่ะ เช่น Carnauba Wax (มาจากแมลง), Lanolin (ไขมันจากขนแกะ), Carmine (สีแดงจากแมลง), Collagen (คอลลาเจนจากสัตว์), Elastin (จากสัตว์), หรือ Beeswax (ขี้ผึ้ง) เป็นต้นค่ะ การมีข้อมูลพวกนี้อยู่ในหัวจะช่วยให้เราสามารถสแกนฉลากได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้นค่ะ แรกๆ อาจจะดูยุ่งยากนิดหน่อย แต่พอทำไปเรื่อยๆ ก็จะคุ้นเคยและเป็นเรื่องง่ายไปเองค่ะ และเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น ฉันได้รวบรวมส่วนผสมที่มักจะพบในเครื่องสำอางแต่ไม่ใช่วีแกนมาให้เพื่อนๆ ได้ดูกันค่ะ
| ชื่อส่วนผสม (ภาษาอังกฤษ) | ที่มาที่ไม่ใช่วีแกน |
|---|---|
| Beeswax | ขี้ผึ้งจากผึ้ง |
| Carmine (CI 75470) | เม็ดสีแดงจากแมลงโคชินีล |
| Collagen | โปรตีนจากสัตว์ (ผิวหนัง กระดูก) |
| Lanolin | ไขมันจากขนแกะ |
| Keratin | โปรตีนจากสัตว์ (ขน ผม เขา) |
| Honey | น้ำผึ้งจากผึ้ง |
| Elastin | โปรตีนจากสัตว์ (เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน) |
ลงทุนกับผิวดี สุขภาพดีในระยะยาว คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!
บางคนอาจจะคิดว่าเครื่องสำอางวีแกนอาจจะมีราคาสูงกว่าเครื่องสำอางทั่วไปใช่ไหมคะ? ฉันยอมรับค่ะว่าบางชิ้นอาจจะราคาสูงกว่านิดหน่อย แต่ถ้ามองในระยะยาวแล้ว การลงทุนกับเครื่องสำอางวีแกนมันคือการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆ เลยค่ะ เพราะมันไม่ได้แค่ให้ความสวยงามภายนอกเท่านั้น แต่มันยังส่งผลดีต่อสุขภาพผิวของเราในระยะยาว และยังเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อโลกและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ด้วยค่ะ ฉันรู้สึกว่าเงินที่จ่ายไปนั้นมันมีคุณค่ามากกว่าแค่ได้ของใช้ แต่เป็นการได้สนับสนุนแบรนด์ที่มีอุดมการณ์ที่ดี และได้ดูแลตัวเองด้วยสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ ลองคิดดูสิคะว่าถ้าผิวของเราไม่ค่อยมีปัญหา ไม่ค่อยแพ้ ไม่ค่อยระคายเคือง เราก็ไม่ต้องเสียเงินไปกับการรักษาสิว ผื่น หรืออาการแพ้ต่างๆ อีกต่อไป ซึ่งในระยะยาวแล้วอาจจะประหยัดกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลยนะคะ
ลดโอกาสการเกิดปัญหาผิวเรื้อรัง
จากการที่ฉันได้ใช้เครื่องสำอางวีแกนมาสักพักใหญ่ๆ ฉันรู้สึกเลยว่าผิวของฉันมีสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ปัญหาผิวเล็กๆ น้อยๆ ที่เคยเจอเป็นประจำก็ลดลงอย่างน่าตกใจ ผิวไม่ค่อยแดง ไม่ค่อยคัน ไม่ค่อยมีสิวผดขึ้นบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ นั่นก็เป็นเพราะว่าเครื่องสำอางวีแกนส่วนใหญ่จะปราศจากสารเคมีรุนแรง สารก่อการแพ้ และส่วนผสมจากสัตว์ที่อาจทำให้เกิดการอุดตันหรือระคายเคืองผิวได้ค่ะ พอเราใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนกับผิวมากๆ ผิวของเราก็จะมีโอกาสได้ฟื้นฟูตัวเองและสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงขึ้นค่ะ ทำให้ลดโอกาสการเกิดปัญหาผิวเรื้อรังในระยะยาวได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ไม่ต้องมาคอยแก้ปัญหาผิววนไปวนมาเหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ รู้สึกได้เลยว่าผิวของเรามีความสุขมากขึ้นจริงๆ
สร้างนิสัยการเลือกซื้อที่ยั่งยืน
การเลือกใช้เครื่องสำอางวีแกนยังช่วยปลูกฝังนิสัยการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนให้กับเราด้วยนะคะ คือมันทำให้เราใส่ใจมากขึ้นว่าผลิตภัณฑ์ที่เราใช้มีที่มาที่ไปอย่างไร มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือสิ่งมีชีวิตอื่นอย่างไรบ้างค่ะ พอเราเริ่มใส่ใจเรื่องนี้มากขึ้น เราก็จะเริ่มขยายไปสู่การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในชีวิตประจำวันด้วยเช่นกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้า หรือของใช้ต่างๆ การได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่สามารถสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่อโลกใบนี้ได้ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ เลยค่ะ เป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบที่เรามีต่อโลกและสังคมที่เราอาศัยอยู่ค่ะ ฉันเองก็รู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ได้สนับสนุนแบรนด์ที่ผลิตสินค้าอย่างมีจริยธรรมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมค่ะ
“ฉันลองแล้ว…มันเวิร์คจริง!” ประสบการณ์ตรงจากใจบล็อกเกอร์
หลังจากที่ฉันได้แบ่งปันข้อมูลและข้อดีของเครื่องสำอางวีแกนไปเยอะแล้วเนอะ ถึงเวลาที่ฉันจะมาเล่าประสบการณ์ตรงจากใจบล็อกเกอร์ที่ได้ลองใช้จริงและเห็นผลลัพธ์ด้วยตัวเองแล้วค่ะ บอกเลยว่าทุกสิ่งที่ฉันเล่ามานั้นมาจากประสบการณ์ส่วนตัวล้วนๆ ไม่มีอวย ไม่มีเมคแน่นอนค่ะ เพราะฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่พิถีพิถันกับการเลือกใช้เครื่องสำอางมากๆ ยิ่งได้มาสัมผัสด้วยตัวเองว่าเครื่องสำอางวีแกนมันดีจริงอย่างที่เขาว่ากัน ก็อดไม่ได้ที่จะต้องเอาเรื่องดีๆ แบบนี้มาบอกต่อให้เพื่อนๆ ได้รู้กันค่ะ ใครที่กำลังลังเลอยู่ว่าจะลองดีไหม? ฉันอยากจะบอกว่าลองเถอะค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าผิวที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนมันเป็นยังไง
จากคนผิวแพ้ง่ายสู่ผิวแข็งแรง
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ผิวของฉันเป็นผิวแพ้ง่ายขั้นสุดเลยค่ะ แค่เจอฝุ่นควันนิดหน่อย หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกกับผิว ผื่นก็ขึ้น สิวก็เห่อมาทันทีเลยค่ะ ตอนนั้นคือเครียดมากๆ ค่ะ เพราะไม่ว่าจะบำรุงเท่าไหร่ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีขึ้น จนกระทั่งฉันได้อ่านเจอเกี่ยวกับเครื่องสำอางวีแกนและตัดสินใจลองเปลี่ยนมาใช้แบบ 100% เลยค่ะ ช่วงแรกๆ ก็มีบ้างที่ยังระแวง แต่พอผ่านไปสัก 2-3 สัปดาห์ ฉันเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนค่ะ ผิวหน้าฉันค่อยๆ สงบลง ผื่นและสิวลดลงอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญคือผิวดูแข็งแรงขึ้น ไม่ค่อยแดงง่ายเหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ ตอนนี้ฉันสามารถออกไปข้างนอกได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องมาคอยกังวลว่าวันนี้ผิวจะงอแงอีกไหม? การเปลี่ยนแปลงนี้มันทำให้ฉันรักผิวของตัวเองมากขึ้นเยอะเลยค่ะ
แต่งหน้าสวยแบบไร้กังวล
นอกจากเรื่องการบำรุงผิวแล้ว การแต่งหน้าก็เป็นอีกสิ่งที่ฉันไม่เคยกังวลอีกเลยหลังจากเปลี่ยนมาใช้เครื่องสำอางวีแกนค่ะ เมื่อก่อนเวลาแต่งหน้าทีไรก็จะต้องคอยลุ้นว่ารองพื้นจะอุดตันไหม? ลิปสติกจะทำให้ปากแห้งหรือเปล่า? แต่พอมาใช้เครื่องสำอางวีแกน ฉันรู้สึกสบายใจและมั่นใจในการแต่งหน้ามากขึ้นเยอะเลยค่ะ เพราะรู้ว่าทุกสิ่งที่เราทาลงไปบนผิว ล้วนเป็นส่วนผสมที่อ่อนโยนและดีต่อผิวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นรองพื้นที่ให้การปกปิดได้ดีเยี่ยม อายแชโดว์ที่ติดทนนาน หรือลิปสติกสีสวยที่ช่วยบำรุงริมฝีปากไปในตัว ทุกอย่างคือดีงามจริงๆ ค่ะ ทำให้การแต่งหน้าในแต่ละวันกลายเป็นช่วงเวลาที่ฉันได้สนุกและสร้างสรรค์ความสวยงามได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องผลกระทบต่อผิวอีกต่อไปแล้วค่ะ ใครที่ชอบแต่งหน้าและมีผิวแพ้ง่ายเหมือนกัน ลองเปิดใจให้เครื่องสำอางวีแกนดูนะคะ รับรองว่าจะติดใจแน่นอนค่ะ!
글을마치며
เอาล่ะค่ะเพื่อนๆ ทุกคน มาถึงตรงนี้ฉันหวังว่าเรื่องราวและประสบการณ์ของฉันเกี่ยวกับเครื่องสำอางวีแกน จะเป็นประโยชน์และเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับใครหลายคนนะคะ สำหรับฉันแล้ว การเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์วีแกนไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามภายนอก แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ผิวของฉันแข็งแรงขึ้นจากภายใน และยังรู้สึกดีกับตัวเองที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกใบนี้ด้วยค่ะ ฉันเชื่อว่าความสวยที่มาพร้อมกับจิตสำนึกที่ดี เป็นความสวยที่ยั่งยืนและงดงามที่สุดค่ะ อย่าลืมนะคะว่าผิวของเราสมควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ ลองเปิดใจให้กับเครื่องสำอางวีแกนดูสักครั้ง แล้วคุณอาจจะพบว่านี่แหละคือทางออกที่ใช่สำหรับผิวบอบบางแพ้ง่ายของคุณ เหมือนที่ฉันได้เจอมาแล้วค่ะ!
รู้ไว้ไม่เสียหลาย: เคล็ดลับเพิ่มความมั่นใจในการเลือกเครื่องสำอางวีแกน
ก่อนจากกันไป ฉันขอรวบรวมข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นประโยชน์และเป็นเหมือนขุมทรัพย์ความรู้ที่ฉันเองก็ได้เรียนรู้จากการลองผิดลองถูกมามากมาย มาฝากเพื่อนๆ เพื่อให้การเลือกซื้อเครื่องสำอางวีแกนของคุณง่ายขึ้น มั่นใจขึ้น และได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผิวคุณได้อย่างแท้จริงค่ะ มั่นใจได้เลยว่าถ้าทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ คุณจะได้เครื่องสำอางวีแกนชิ้นโปรดที่ทั้งดีต่อผิวและดีต่อโลกอย่างแน่นอนค่ะ
1. มองหาสัญลักษณ์รับรองที่เชื่อถือได้: สิ่งแรกที่ควรทำคือตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์ว่ามีสัญลักษณ์รับรองจากองค์กรที่น่าเชื่อถือหรือไม่ เช่น Vegan Society, PETA Cruelty-Free and Vegan หรือ Certified Vegan ของ Vegan Action สัญลักษณ์เหล่านี้เป็นเหมือนใบเบิกทางที่ช่วยยืนยันว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ เป็นวีแกนแท้ 100% ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์และไม่มีการทดลองกับสัตว์ในทุกขั้นตอนการผลิต ทำให้เรามั่นใจได้ในระดับหนึ่งเลยค่ะว่ากำลังเลือกผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับหลักการวีแกนอย่างแท้จริง ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการค้นหาข้อมูลด้วยตัวเองไปได้เยอะเลยค่ะ
2. อ่านส่วนผสมให้ละเอียดและรู้จักส่วนผสมที่ไม่ใช่วีแกน: ถึงแม้จะมีสัญลักษณ์รับรองแล้ว การอ่านฉลากส่วนผสมอย่างละเอียดก็ยังเป็นสิ่งที่ฉันแนะนำมากๆ ค่ะ เพราะบางครั้งแบรนด์อาจจะใช้คำว่า “Vegan-friendly” ซึ่งไม่ได้หมายถึงวีแกน 100% เสมอไป การเรียนรู้ส่วนผสมที่ไม่ใช่วีแกนที่พบบ่อยๆ เช่น Lanolin (ไขมันจากขนแกะ), Carmine (เม็ดสีแดงจากแมลง), Beeswax (ขี้ผึ้งจากผึ้ง), Collagen (โปรตีนจากสัตว์) หรือ Keratin (จากขน/ผมสัตว์) จะช่วยให้คุณสามารถสแกนฉลากได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้นค่ะ ข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณเลือกผลิตภัณฑ์ได้อย่างชาญฉลาดค่ะ
3. ทดสอบก่อนใช้จริงเพื่อป้องกันการระคายเคือง: สำหรับคนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายเหมือนฉัน การทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ก่อนใช้จริงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งค่ะ แนะนำให้ลองทาผลิตภัณฑ์เล็กน้อยบริเวณท้องแขนด้านใน หลังใบหู หรือบริเวณกรามเล็กๆ ก่อนสัก 24-48 ชั่วโมง เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของผิว หากไม่มีอาการแดง คัน หรือผื่นขึ้น ก็ถือว่าปลอดภัยและสามารถใช้กับใบหน้าได้ค่ะ ขั้นตอนนี้จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอาการแพ้และประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณได้เยอะเลยนะคะ จากประสบการณ์ตรงบอกเลยว่าวิธีนี้ช่วยฉันได้มากๆ เลยค่ะ
4. ใส่ใจเรื่องบรรจุภัณฑ์และเลือกแบรนด์ที่รักษ์โลก: นอกจากส่วนผสมแล้ว อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือบรรจุภัณฑ์ค่ะ ลองมองหาแบรนด์ที่เน้นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ ใช้พลาสติกรีไซเคิล (PCR plastic) หรือวัสดุจากธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ง่าย การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมแบบนี้ถือเป็นการร่วมมือกันสร้างโลกที่ดีขึ้นในทุกๆ วันเลยค่ะ เพราะทุกครั้งที่เราซื้อสินค้า เรากำลังโหวตให้กับโลกที่เราอยากเห็นค่ะ การลดขยะพลาสติกและลดรอยเท้าคาร์บอนจากการผลิตเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถช่วยกันได้ค่ะ
5. เครื่องสำอางวีแกนไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือทางเลือกเพื่อสุขภาพผิวที่ยั่งยืน: หลายคนอาจจะมองว่าเครื่องสำอางวีแกนเป็นแค่กระแสแฟชั่น แต่จากประสบการณ์ของฉัน นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในวงการความงามค่ะ ไม่ได้จำกัดแค่สำหรับคนผิวแพ้ง่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับทุกคนที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน มีจริยธรรม และเป็นมิตรต่อโลก นอกจากนี้ยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับสุขภาพผิวที่ดีในระยะยาว เพราะส่วนผสมที่ปราศจากสารเคมีรุนแรงจะช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น ลดโอกาสการเกิดปัญหาผิวเรื้อรังได้เป็นอย่างดีค่ะ
สำคัญที่ต้องจำ!
สรุปสั้นๆ สำหรับเพื่อนๆ ที่อาจจะอ่านมาเยอะจนตาลาย แต่ยังอยากได้ใจความสำคัญแบบครบถ้วน ฉันขอเน้นย้ำประเด็นสำคัญๆ ที่อยากให้ทุกคนจำไว้เกี่ยวกับเครื่องสำอางวีแกนนะคะ นี่คือสิ่งที่ฉันอยากให้ทุกคนได้เข้าใจและนำไปปรับใช้ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์บิวตี้ในอนาคตค่ะ เพราะการรู้ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุดค่ะ
* อ่อนโยนต่อผิวบอบบางแพ้ง่าย: หัวใจสำคัญของเครื่องสำอางวีแกนคือส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติและปราศจากสารเคมีรุนแรง สารก่อภูมิแพ้ รวมถึงส่วนผสมจากสัตว์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง ทำให้ผิวของคุณได้รับการดูแลอย่างอ่อนโยน ลดโอกาสการเกิดปัญหาผิวเรื้อรัง และช่วยให้ผิวของคุณแข็งแรงขึ้นอย่างยั่งยืนค่ะ นี่คือจุดเด่นที่ทำให้ผิวของฉันเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ
* เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปราศจากการทารุณกรรมสัตว์: การเลือกใช้เครื่องสำอางวีแกนคือการแสดงออกถึงความรับผิดชอบและจริยธรรมที่คุณมีต่อโลกใบนี้ค่ะ เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ ไม่มีการทดลองกับสัตว์ในทุกขั้นตอนการผลิต และหลายแบรนด์ยังหันมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ทุกครั้งที่คุณใช้ผลิตภัณฑ์ คุณไม่ได้แค่สวยขึ้นเท่านั้น แต่ยังได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับโลกและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ด้วยค่ะ
* ประสิทธิภาพดีเยี่ยมและคุณภาพไม่เป็นรองใคร: อย่าได้กังวลไปว่าเครื่องสำอางวีแกนจะมีคุณภาพด้อยกว่าเครื่องสำอางทั่วไปนะคะ จากประสบการณ์ตรงของฉันบอกเลยว่าประสิทธิภาพของหลายๆ แบรนด์นั้นดีงามเกินคาดมากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นรองพื้นที่ติดทนนาน ลิปสติกสีสวยเม็ดสีชัด หรือสกินแคร์ที่บำรุงล้ำลึก คือได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์ทั่วไปเลยค่ะ แถมยังรู้สึกสบายใจมากกว่าที่รู้ว่าส่วนผสมทุกอย่างล้วนมาจากธรรมชาติและดีต่อผิวของเราจริงๆ ค่ะ
* เข้าถึงง่ายและมีตัวเลือกหลากหลายในตลาด: ในปัจจุบันนี้ตลาดเครื่องสำอางวีแกนเติบโตอย่างรวดเร็ว มีแบรนด์ทั้งไทยและต่างประเทศผุดขึ้นมาให้เลือกมากมาย ไม่ว่าคุณจะมีงบประมาณเท่าไหร่ หรือกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ประเภทไหน ก็สามารถหาซื้อได้อย่างง่ายดายค่ะ การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นยังทำให้แบรนด์ต่างๆ พัฒนาคุณภาพและราคาให้เข้าถึงง่ายมากขึ้นอีกด้วย นับเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคอย่างเราๆ ที่จะได้มีตัวเลือกที่ดีและหลากหลายมากขึ้นค่ะ
* เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพผิวที่ดีในระยะยาว: แม้บางชิ้นอาจจะมีราคาสูงกว่าเล็กน้อย แต่การลงทุนกับเครื่องสำอางวีแกนคือการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆ ค่ะ เพราะมันช่วยลดโอกาสการเกิดปัญหาผิวในระยะยาว ไม่ต้องเสียเงินไปกับการรักษาสิว ผื่น หรืออาการแพ้ต่างๆ อีกต่อไป แถมยังเป็นการปลูกฝังนิสัยการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน ซึ่งส่งผลดีต่อตัวคุณเองและโลกใบนี้ในภาพรวมอีกด้วยค่ะ การสวยแบบมีจิตสำนึกเป็นสิ่งที่งดงามที่สุดค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: เครื่องสำอางวีแกนคืออะไรกันแน่คะ แล้วมันต่างจากเครื่องสำอางที่ระบุว่า “Cruelty-Free” ยังไงเหรอคะ?
ตอบ: โอ้โห! นี่เป็นคำถามสุดฮิตเลยค่ะเพื่อนๆ หลายคนก็สงสัยเหมือนกันใช่ไหมล่ะคะ? เอาจริงๆ นะคะ เครื่องสำอางวีแกนเนี่ย คือเครื่องสำอางที่ “ปราศจากส่วนผสมที่มาจากสัตว์ทุกชนิด” เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นน้ำผึ้ง นม ไข่ คอลลาเจนที่มาจากสัตว์ หรือแม้แต่คาร์มีน (สีแดงจากแมลง) ก็ไม่ใส่เลยสักนิด!
พูดง่ายๆ คือใช้วัตถุดิบจากพืชหรือแร่ธาตุล้วนๆ ค่ะส่วน “Cruelty-Free” อันนี้จะหมายถึง “ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีการทดลองกับสัตว์ในทุกขั้นตอนการผลิต” ค่ะ คือจะไม่มีน้องกระต่าย หนู หรือสัตว์อื่นๆ ต้องมาเจ็บตัวจากการทดสอบเครื่องสำอางของเรานั่นเอง ซึ่ง Cruelty-Free อาจจะยังมีส่วนผสมจากสัตว์อยู่ก็ได้นะคะ ถ้าเราดูดีๆ อย่างเช่น ลิปสติก Cruelty-Free บางยี่ห้ออาจจะยังใช้น้ำผึ้งเป็นส่วนผสมอยู่ได้ค่ะ เพราะฉะนั้น ถ้าอยากมั่นใจสุดๆ ทั้งเรื่องส่วนผสมและการไม่ทดลองกับสัตว์ เราก็ต้องมองหาทั้งคำว่า “Vegan” และ “Cruelty-Free” ควบคู่กันไปเลยค่ะ!
ฉันเองจากที่ได้ลองใช้มาหลายแบรนด์นะ จะสังเกตเลยว่าแบรนด์ที่เคลมว่าเป็นวีแกนส่วนใหญ่ก็จะ Cruelty-Free ไปด้วยเลย เพราะปรัชญาเค้าคือการไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์นั่นเองค่ะ
ถาม: ทำไมฉันถึงควรเปลี่ยนมาใช้เครื่องสำอางวีแกนคะ มันมีข้อดีอะไรกับผิวเราจริงๆ เหรอคะ?
ตอบ: ถามได้ดีมากค่ะ! จากประสบการณ์ตรงที่ฉันได้ลองใช้และสังเกตมาหลายปีนะคะ ต้องบอกเลยว่าเครื่องสำอางวีแกนเนี่ยมีข้อดีที่มากกว่าแค่เรื่องรักษ์โลกเยอะเลยค่ะ ข้อแรกเลยคือมันมักจะ “อ่อนโยนต่อผิว” มากๆ ค่ะ เพราะส่วนผสมหลักๆ มาจากธรรมชาติ เช่น สารสกัดจากพืช น้ำมันจากพืช ซึ่งเหล่านี้มักจะลดโอกาสในการระคายเคืองหรือแพ้ได้ดีกว่าสารเคมีสังเคราะห์บางชนิดที่พบในเครื่องสำอางทั่วไปนะคะ ใครที่มีผิวแพ้ง่าย เป็นสิวบ่อยๆ ลองหันมาใช้วีแกนดูสิคะ อาจจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจนตกใจเลยก็ได้นะ!
อีกอย่างคือแบรนด์วีแกนหลายๆ แบรนด์เค้าก็ใส่ใจเรื่อง “สารบำรุงผิว” เป็นพิเศษค่ะ มักจะอุดมไปด้วยวิตามิน แอนตี้ออกซิแดนท์จากพืช ที่ช่วยบำรุงผิวเราให้แข็งแรง ชุ่มชื้น และดูมีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกค่ะ ฉันเองสังเกตว่าผิวดูสมดุลขึ้น ไม่มันหรือแห้งเกินไป พอแต่งหน้าก็รู้สึกว่าเมคอัพติดทนกว่าเดิมด้วยนะ ไม่ต้องกลัวว่าใช้แล้วหน้าจะพังเลยค่ะ นอกจากนี้ การที่เราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เบียดเบียนสัตว์ยังทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเองมากๆ ด้วยค่ะ เหมือนได้ทำบุญไปในตัวเลยนะ!
ถาม: แล้วถ้าฉันอยากเริ่มใช้เครื่องสำอางวีแกน ฉันจะหาซื้อได้จากที่ไหนในประเทศไทยบ้างคะ แล้วมีข้อแนะนำในการเลือกซื้อยังไงให้ได้ของดีๆ บ้างคะ?
ตอบ: โอ๊ยยย! นี่แหละค่ะคำถามที่หลายคนรอคอย! ดีใจมากที่เพื่อนๆ เริ่มสนใจอยากมาเป็นชาววีแกนบิวตี้ด้วยกันนะคะ ตอนนี้ในประเทศไทยเราเนี่ย หาซื้อเครื่องสำอางวีแกนได้ง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะมากเลยค่ะ!
แหล่งซื้อหลักๆ เลยนะคะ:
ห้างสรรพสินค้าชั้นนำและบิวตี้สโตร์ใหญ่ๆ: พวก Sephora, Eveandboy หรือเคาน์เตอร์แบรนด์ในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ หลายที่เริ่มมีมุมหรือเชลฟ์สำหรับเครื่องสำอางวีแกนโดยเฉพาะแล้วค่ะ บางแบรนด์ก็เริ่มมีไลน์ผลิตภัณฑ์วีแกนออกมาให้เลือกเยอะขึ้นด้วย
ร้านค้าออนไลน์: อันนี้สะดวกสุดๆ เลยค่ะ!
ทั้งเว็บไซต์ของแบรนด์โดยตรง, เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเจ้าใหญ่ๆ อย่าง Lazada, Shopee หรือร้านค้าออนไลน์ของกลุ่มสินค้าธรรมชาติและออร์แกนิก ก็มีให้เลือกเยอะแยะมากมายเลยค่ะ
ร้านขายสินค้าธรรมชาติและเพื่อสุขภาพ: บางร้านก็จะมีโซนเครื่องสำอางวีแกนอยู่ด้วยนะคะข้อแนะนำในการเลือกซื้อให้ได้ของดีๆ นะคะ:
1.
มองหาสัญลักษณ์ Vegan Certification: แบรนด์ที่ดีและน่าเชื่อถือมักจะมีตรารับรองจากองค์กรที่ดูแลเรื่องวีแกนและ Cruelty-Free เช่น PETA, The Vegan Society อยู่บนฉลากผลิตภัณฑ์ค่ะ อันนี้ช่วยให้เรามั่นใจได้เลย
2.
อ่านส่วนผสมให้ละเอียด: ถึงแม้จะมีคำว่า Vegan ก็ใช่ว่าจะเหมาะกับผิวเราเสมอไปนะคะ บางคนอาจจะแพ้สารสกัดจากพืชบางชนิดได้ ลองอ่านส่วนผสมว่ามีอะไรที่เราเคยแพ้ไหม หรือมีส่วนผสมดีๆ ที่เราอยากได้รึเปล่า
3.
ศึกษาแบรนด์รีวิวจากผู้ใช้จริง: ก่อนซื้อ ลองส่องรีวิวจากบล็อกเกอร์หรือผู้ใช้จริงดูค่ะ ว่าเค้าใช้แล้วเป็นยังไงบ้าง มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง ยิ่งเป็นรีวิวจากคนไทยก็จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ
4.
ราคาและคุณภาพ: เครื่องสำอางวีแกนไม่ได้แปลว่าต้องแพงเสมอไปนะคะ มีหลายแบรนด์ที่คุณภาพดี ราคาจับต้องได้ ลองเลือกให้เหมาะกับงบประมาณของเราค่ะ
ฉันเองเวลาเลือกซื้อ ก็มักจะดูหลายๆ อย่างประกอบกันเลยค่ะ ทั้งความน่าเชื่อถือของแบรนด์ รีวิว แล้วก็ลองเช็คส่วนผสมด้วยตัวเองก่อนเสมอ จะได้ของที่ถูกใจและดีต่อผิวเราที่สุดไงล่ะคะ!






