อยากสวยใจบุญ? 7 เคล็ดลับเลือกเครื่องสำอางวีแกนที่คนรักผิวห้ามพลาด

webmaster

비건 화장품을 선택하는 방법 - **Prompt:** "A close-up of a young Thai woman, aged 25-30, with radiant, healthy skin, applying a ve...

สวัสดีค่ะทุกคน! ช่วงนี้กระแสความงามที่มาพร้อมกับหัวใจสีเขียวกำลังมาแรงสุด ๆ เลยใช่ไหมคะ? หลายคนหันมาใส่ใจเลือกใช้ของที่ ‘ดีต่อใจ ดีต่อโลก’ มากขึ้น โดยเฉพาะในวงการเครื่องสำอางวีแกนที่น่าสนใจไม่แพ้อาหารวีแกนเลยค่ะ ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ลองใช้แล้วรู้สึกเลยว่าผิวเราได้รับการดูแลอย่างอ่อนโยน แถมยังสบายใจที่ไม่ต้องเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตอีกด้วย ตอนนี้ในบ้านเราก็มีตัวเลือกดีๆ เยอะแยะไปหมดจนเลือกไม่ถูกเลยใช่ไหมล่ะคะ มาหาคำตอบพร้อมกันในบทความนี้กันค่ะว่าเราจะเลือกยังไงให้ปังและเหมาะกับผิวเราที่สุด

ทำไมใครๆ ก็หลงรักเครื่องสำอางวีแกน: สัมผัสความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

비건 화장품을 선택하는 방법 - **Prompt:** "A close-up of a young Thai woman, aged 25-30, with radiant, healthy skin, applying a ve...

สวัสดีค่ะทุกคน! ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่แต่ก่อนไม่ได้สนใจเรื่องเครื่องสำอางวีแกนอะไรมากนักหรอกค่ะ คิดแค่ว่าสวยก็พอ แต่พอได้ลองศึกษาและเปิดใจใช้จริงๆ เท่านั้นแหละค่ะ โลกแห่งความงามของฉันก็เปลี่ยนไปเลย! มันไม่ใช่แค่เรื่องของส่วนผสมที่มาจากพืชเท่านั้นนะคะ แต่มันคือความรู้สึกที่ได้รู้ว่าเรากำลังบำรุงผิวด้วยสิ่งที่ดีงามจริงๆ ไม่ได้เบียดเบียนสิ่งมีชีวิตอื่นเลยสักนิด ลองนึกภาพดูสิคะว่าผิวเราได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ปราศจากสารเคมีรุนแรง หรือส่วนผสมจากสัตว์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง แถมยังรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนที่แบรนด์เหล่านั้นตั้งใจส่งมอบให้เราจริงๆ ยิ่งใช้ไปนานๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่าผิวแข็งแรงขึ้น ไม่แพ้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน คือมันดีต่อผิว ดีต่อใจ และดีต่อโลกใบนี้อย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ ฉันรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ได้หยิบผลิตภัณฑ์วีแกนขึ้นมาใช้ เพราะรู้ว่านี่คือการเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองและสิ่งแวดล้อมจริงๆ นะคะ บางทีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันของเรานี่แหละค่ะ ที่ส่งผลกระทบที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เราคิด

ผิวแพ้ง่ายก็แฮปปี้ได้: สารสกัดจากธรรมชาติปลอบประโลมผิว

สำหรับคนผิวแพ้ง่ายแบบฉัน การเลือกเครื่องสำอางเป็นอะไรที่ต้องพิถีพิถันมากๆ เลยค่ะ ลองผิดลองถูกมาเยอะจนท้อ แต่พอมาเจอเครื่องสำอางวีแกน หลายๆ แบรนด์เลือกใช้สารสกัดจากธรรมชาติที่อ่อนโยนมากๆ เช่น ว่านหางจระเข้ ใบบัวบก หรือคาโมมายล์ ซึ่งช่วยปลอบประโลมผิว ลดการระคายเคืองได้ดีเยี่ยมเลยค่ะ ที่สำคัญคือไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม สารกันเสียพาราเบน หรือแอลกอฮอล์ ที่เป็นตัวกระตุ้นให้ผิวแพ้ได้ง่ายๆ พอได้ลองใช้ต่อเนื่อง ผิวก็เริ่มสมดุลขึ้น ไม่ค่อยมีผื่นแดงหรืออาการคันมากวนใจอีกแล้วค่ะ มันเหมือนกับได้เจอเพื่อนแท้ที่เข้าใจผิวเราจริงๆ เลยนะคะ

สบายใจทุกครั้งที่ใช้: ไม่ต้องกังวลเรื่องการทดลองกับสัตว์

อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฉันตัดสินใจหันมาใช้เครื่องสำอางวีแกนเต็มตัวก็คือเรื่องของการไม่เบียดเบียนสัตว์นี่แหละค่ะ เมื่อก่อนยอมรับเลยว่าไม่ได้ใส่ใจตรงนี้เท่าไหร่ แต่พอได้เห็นภาพหรืออ่านข้อมูลเกี่ยวกับการทดลองกับสัตว์แล้วรู้สึกสงสารจับใจเลยค่ะ การได้รู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่เราใช้นั้นปราศจากการทดลองกับสัตว์ (Cruelty-free) แถมยังไม่มีส่วนผสมจากสัตว์เลยสักนิด มันทำให้รู้สึกสบายใจและภูมิใจทุกครั้งที่ได้หยิบขึ้นมาใช้จริงๆ ค่ะ เหมือนเราได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนจริยธรรมที่ดีงาม ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลย

ถอดรหัสฉลาก: เลือกยังไงให้ชัวร์ว่า ‘วีแกน’ แท้!

หลายคนอาจจะเคยเห็นคำว่า ‘วีแกน’ หรือ ‘Cruelty-free’ บนฉลากผลิตภัณฑ์แล้วรู้สึกงงๆ ว่ามันเหมือนกันไหม แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าอันไหนคือของจริงกันแน่? ฉันเองก็เคยสับสนอยู่พักใหญ่เลยค่ะ กว่าจะเข้าใจถ่องแท้ว่ามันมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ! วันนี้ฉันจะมาไขข้อข้องใจให้ทุกคนได้กระจ่างกันแบบหมดเปลือก เพื่อให้เราเลือกซื้อได้อย่างมั่นใจและไม่ถูกหลอกค่ะ เพราะบางทีแบรนด์ก็ชอบใช้คำสวยหรูมาดึงดูดใจ แต่พอไปดูส่วนผสมจริงๆ อาจจะไม่ใช่วีแกน 100% ก็ได้ ดังนั้นการอ่านฉลากอย่างละเอียดและรู้ความหมายของสัญลักษณ์ต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เลยค่ะ ที่สำคัญคือต้องจำไว้เสมอว่า ‘วีแกน’ ไม่ได้หมายถึง ‘Cruelty-free’ เสมอไป และในทางกลับกัน ‘Cruelty-free’ ก็ไม่ได้หมายถึง ‘วีแกน’ ด้วยเช่นกันนะคะ สองคำนี้มีความหมายที่แตกต่างกัน แต่ก็มักจะมาคู่กันในผลิตภัณฑ์ดีๆ ค่ะ

มองหาสัญลักษณ์รับรองที่น่าเชื่อถือ

เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นวีแกนแท้ๆ สิ่งแรกที่เราควรมองหาคือสัญลักษณ์รับรองจากองค์กรที่น่าเชื่อถือค่ะ เช่น The Vegan Society, Vegan Action หรือ PETA’s “Cruelty-Free and Vegan” bunny logo สัญลักษณ์เหล่านี้เป็นเหมือนการันตีว่าผลิตภัณฑ์นั้นไม่มีส่วนผสมที่มาจากสัตว์ทุกชนิด และไม่มีการทดลองกับสัตว์ตลอดกระบวนการผลิตเลยค่ะ ฉันเองจะใช้วิธีเช็คจากเว็บไซต์ขององค์กรเหล่านั้นอีกที เพื่อความชัวร์ 100% เลยค่ะ เพราะบางทีแบรนด์ก็อาจจะแค่เขียนคำว่า ‘วีแกน’ ไว้เฉยๆ แต่ไม่มีการรับรองจากหน่วยงานภายนอก ซึ่งตรงนี้แหละค่ะที่เราต้องระวังให้ดี

อ่านส่วนผสมให้ละเอียด: ส่วนผสมจากสัตว์ที่แฝงมา

นอกจากสัญลักษณ์แล้ว การอ่านส่วนผสม (Ingredients list) ก็เป็นสิ่งสำคัญมากๆ ค่ะ เพราะบางทีมีส่วนผสมจากสัตว์ที่แฝงมาแบบที่เราคาดไม่ถึงเลยนะคะ เช่น คอลลาเจน (Collagen) จากสัตว์, เคราติน (Keratin) จากขนสัตว์, ลาโนลิน (Lanolin) จากขนแกะ, คาร์มีน (Carmine) จากแมลง, ขี้ผึ้ง (Beeswax) หรือน้ำผึ้ง (Honey) ดังนั้นก่อนซื้อทุกครั้ง ต้องพลิกดูฉลากแล้วอ่านให้ละเอียดเลยค่ะ ถ้าเจอคำเหล่านี้ก็ให้หลีกเลี่ยงไว้ก่อนเลยนะคะ การทำความคุ้นเคยกับรายชื่อส่วนผสมเหล่านี้จะช่วยให้เราเลือกซื้อได้อย่างถูกต้องและมั่นใจมากยิ่งขึ้นค่ะ

Advertisement

สกินแคร์วีแกนตัวท็อปที่คนไทยฮิตใช้: เปิดกรุไอเท็มเด็ด!

ช่วงนี้เพื่อนๆ รอบตัวฉันที่เป็นสายกรีนหลายคนก็เริ่มหันมาใช้สกินแคร์วีแกนกันเยอะมากเลยค่ะ บางคนก็ยังใหม่กับวงการนี้เลยยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี หรือจะเลือกแบรนด์ไหนดีที่เหมาะกับผิวเราจริงๆ วันนี้ฉันเลยอยากจะมาเปิดกรุไอเท็มเด็ดๆ ที่ฉันเองใช้แล้วชอบ และเพื่อนๆ รอบตัวก็คอนเฟิร์มว่าดีจริง แถมยังหาซื้อง่ายในเมืองไทยอีกด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไทยหรือแบรนด์ต่างประเทศที่เข้ามาทำตลาดบ้านเราแล้ว บอกเลยว่าแต่ละตัวคือปังไม่ไหวจริงๆ ค่ะ ลองดูเป็นแนวทางในการเลือกซื้อกันได้เลยนะคะ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะฉันคัดมาให้แล้วแบบเน้นๆ จากประสบการณ์จริงเลยค่ะ

คลีนซิ่งและโทนเนอร์จากธรรมชาติ: สัมผัสความสะอาดบริสุทธิ์

การเริ่มต้นดูแลผิวที่ดีต้องเริ่มจากการทำความสะอาดนี่แหละค่ะ ฉันเคยลองใช้คลีนซิ่งบาล์มหรือคลีนซิ่งออยล์ของแบรนด์ไทยบางแบรนด์ที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% คือมันดีงามมากเลยค่ะ ล้างเครื่องสำอางออกได้หมดจด แถมยังไม่ทิ้งความแห้งตึงไว้บนผิวเลย ส่วนโทนเนอร์ก็เลือกใช้แบบที่มีส่วนผสมของน้ำดอกไม้ หรือสารสกัดจากพืชที่ช่วยปรับสมดุลผิวหลังล้างหน้า ทำให้ผิวรู้สึกสดชื่นและพร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไปมากๆ เลยค่ะ

เซรั่มและมอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิว: เติมเต็มความชุ่มชื้น

สำหรับเซรั่มและมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ฉันมักจะเลือกตัวที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิคจากพืช หรือสารสกัดจากสาหร่ายทะเล ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างล้ำลึก คือผิวจะดูอิ่มฟูและนุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ บางแบรนด์ก็มีส่วนผสมของวิตามิน C จากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ที่ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นด้วยนะ คือมันตอบโจทย์ปัญหาผิวได้รอบด้านจริงๆ ค่ะ

เมคอัพวีแกนสวยได้ ไม่ต้องกังวล: เครื่องสำอางคู่ใจสายกรีน

เมื่อก่อนคิดว่าเมคอัพวีแกนอาจจะตัวเลือกน้อย สีไม่หลากหลาย หรือคุณภาพไม่เท่าเมคอัพทั่วไปใช่ไหมคะ? ฉันเองก็เคยคิดแบบนั้นค่ะ แต่บอกเลยว่าตอนนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว! แบรนด์เครื่องสำอางวีแกนพัฒนาไปไกลมาก ทั้งเรื่องของพิกเมนต์ สีสันที่จัดจ้าน เนื้อสัมผัสที่บางเบาแต่ติดทน และที่สำคัญคือปลอดภัยต่อผิวของเรามากๆ เลยค่ะ ฉันเองก็ได้ลองใช้มาหลายอย่างแล้วรู้สึกประทับใจจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นรองพื้น คอนซีลเลอร์ อายแชโดว์ หรือลิปสติก ทุกอย่างคือทำออกมาได้ดีเกินคาดเลยค่ะ ทำให้การแต่งหน้าของเราเป็นเรื่องสนุกและสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะมีสารเคมีอันตราย หรือส่วนผสมจากสัตว์มาทำให้ผิวเราระคายเคืองอีกต่อไปแล้วค่ะ

รองพื้นและคอนซีลเลอร์จากแร่ธาตุ: ปกปิดเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ

สำหรับรองพื้นและคอนซีลเลอร์วีแกน ฉันมักจะเลือกที่ส่วนผสมหลักมาจากแร่ธาตุธรรมชาติค่ะ เพราะจะให้การปกปิดที่ดีเยี่ยมแต่ยังคงความเป็นธรรมชาติบนผิวอยู่ คือไม่รู้สึกหนาหนักหรืออุดตันผิวเลยค่ะ แถมบางตัวยังมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิวไปในตัวอีกด้วยนะ ยิ่งใช้ยิ่งรู้สึกว่าผิวแข็งแรงขึ้น ไม่ค่อยเป็นสิวอุดตันง่ายๆ เหมือนเมื่อก่อนเลยค่ะ และที่สำคัญคือติดทนนานตลอดวัน ไม่ต้องเติมบ่อยๆ เลยค่ะ

ลิปสติกและบลัชออนสีสวยจากพืช: เติมสีสันให้ใบหน้าสดใส

ส่วนลิปสติกและบลัชออน ฉันชอบเลือกใช้สีที่สกัดจากพืชหรือผลไม้ธรรมชาติค่ะ อย่างเช่นสีแดงจากบีทรูท หรือสีชมพูจากดอกไม้นานาชนิด คือนอกจากจะได้สีสันที่สวยงามแล้ว ยังรู้สึกว่าอ่อนโยนต่อริมฝีปากและพวงแก้มมากๆ เลยค่ะ บางตัวก็มีส่วนผสมของเชียบัตเตอร์หรือน้ำมันโจโจ้บา ที่ช่วยบำรุงให้ริมฝีปากไม่แห้งแตกด้วยนะ คือได้ทั้งสีสันและความชุ่มชื้นไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

Advertisement

ดูแลผิวแบบวีแกนในชีวิตประจำวัน: เคล็ดลับจากใจ

การดูแลผิวแบบวีแกนไม่ใช่แค่การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เท่านั้นนะคะ แต่มันคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเราให้สอดคล้องกับวิถีวีแกนด้วยค่ะ ซึ่งบางทีอาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ แต่จริงๆ แล้วมันเริ่มต้นได้จากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวเรานี่แหละค่ะ ฉันเองก็ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนมาเรื่อยๆ จนตอนนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้วค่ะ ยิ่งทำก็ยิ่งรู้สึกดีกับตัวเองและสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ เลยนะคะ ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นภาระอะไรเลย กลับรู้สึกสนุกกับการได้ค้นหาสิ่งใหม่ๆ และเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิถีชีวิตแบบยั่งยืนด้วยซ้ำค่ะ ฉันอยากให้ทุกคนลองเปิดใจและค่อยๆ เริ่มต้นไปพร้อมๆ กันนะคะ

เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ใกล้ตัว

비건 화장품을 선택하는 방법 - **Prompt:** "A vibrant, eye-level shot of a young Thai woman, aged 20-25, meticulously examining the...

บางคนอาจจะคิดว่าการเปลี่ยนมาใช้วีแกนทั้งหมดเป็นเรื่องยาก แต่จริงๆ แล้วเราสามารถเริ่มจากสิ่งเล็กๆ ได้ก่อนค่ะ เช่น ลองเปลี่ยนจากยาสีฟันที่มีส่วนผสมจากสัตว์ มาเป็นยาสีฟันวีแกน หรือเปลี่ยนสบู่และแชมพูที่เราใช้เป็นประจำให้เป็นแบบวีแกนดูก่อน แค่นี้ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้วค่ะ พอเราเริ่มคุ้นชินแล้วค่อยๆ ขยับขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ก็ได้ค่ะ ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยเป็นค่อยไปดีที่สุดค่ะ

สร้างสรรค์ DIY สกินแคร์วีแกนเองที่บ้าน

อีกหนึ่งวิธีที่ฉันชอบทำมากๆ คือการทำ DIY สกินแคร์วีแกนเองที่บ้านนี่แหละค่ะ นอกจากจะประหยัดแล้ว เรายังมั่นใจได้ 100% ว่าปราศจากสารเคมีและส่วนผสมจากสัตว์ทุกชนิดเลยค่ะ เช่น การทำมาสก์หน้าจากข้าวโอ๊ตบดผสมนมถั่วเหลือง หรือสครับผิวจากน้ำตาลทรายแดงผสมน้ำมันมะพร้าว คือมันสนุกและได้ผลลัพธ์ที่ดีจริงๆ ค่ะ ลองหาวัตถุดิบจากธรรมชาติใกล้ตัวมาสร้างสรรค์ดูนะคะ

สายกรีนต้องรู้: ส่วนผสมไหนควรเลี่ยงในเครื่องสำอาง

ในฐานะที่เป็นคนที่ใส่ใจเรื่องส่วนผสมในเครื่องสำอางเป็นพิเศษ ฉันอยากจะมาเตือนทุกคนถึงส่วนผสมบางอย่างที่มักจะแฝงอยู่ในผลิตภัณฑ์ทั่วไป และอาจจะไม่ได้เป็นมิตรต่อผิวหรือสิ่งแวดล้อมเท่าไหร่นักค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่เส้นทางวีแกนบิวตี้ การรู้ว่าอะไรควรเลี่ยงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เลยนะคะ เพราะบางทีแบรนด์ก็ไม่ได้ระบุชัดเจนว่ามีส่วนผสมเหล่านี้อยู่หรือไม่ เราจึงต้องเป็นนักสืบเองค่ะ ยิ่งเรามีความรู้เรื่องส่วนผสมมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เราเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้อย่างชาญฉลาดและปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้นค่ะ

ส่วนผสมจากสัตว์ที่มักพบเจอ

อย่างที่ได้บอกไปบ้างแล้วนะคะว่ามีส่วนผสมจากสัตว์หลายอย่างที่มักจะถูกนำมาใช้ในเครื่องสำอาง ลองดูตารางนี้เป็นแนวทางนะคะ:

ชื่อส่วนผสม ที่มา มักพบในผลิตภัณฑ์
คอลลาเจน (Collagen) เนื้อเยื่อสัตว์ ครีมบำรุงผิว, ผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอย
เคราติน (Keratin) ขนสัตว์, ผมสัตว์ ผลิตภัณฑ์บำรุงผม, เล็บ
ลาโนลิน (Lanolin) น้ำมันจากขนแกะ มอยส์เจอร์ไรเซอร์, ลิปบาล์ม
คาร์มีน (Carmine) แมลง (โคชินีล) ลิปสติกสีแดง, บลัชออน
ขี้ผึ้ง (Beeswax) ผึ้ง ลิปบาล์ม, ครีมทามือ
น้ำผึ้ง (Honey) ผึ้ง มาสก์หน้า, ครีมบำรุง
นม (Milk) / โยเกิร์ต (Yogurt) สัตว์ มาสก์หน้า, ครีมอาบน้ำ

สารเคมีที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

นอกจากส่วนผสมจากสัตว์แล้ว ยังมีสารเคมีบางชนิดที่เราควรระมัดระวังเป็นพิเศษด้วยค่ะ เช่น พาราเบน (Parabens) ที่เป็นสารกันเสีย ซึ่งบางงานวิจัยก็ชี้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาด้านสุขภาพ หรือกลุ่มซัลเฟต (Sulfates) ที่มักจะพบในแชมพูหรือสบู่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวได้ค่ะ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เขียนว่า “Paraben-free” หรือ “Sulfate-free” ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับคนผิวแพ้ง่ายนะคะ

Advertisement

วีแกนบิวตี้: มากกว่าแค่ผลิตภัณฑ์ แต่คือวิถีชีวิตที่ยั่งยืน

พอได้มาอยู่ในเส้นทางวีแกนบิวตี้แล้ว ฉันรู้สึกเลยว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกซื้อเครื่องสำอางเท่านั้นค่ะ แต่มันคือการปรับเปลี่ยนมุมมองและวิถีชีวิตของเราให้มีความยั่งยืนมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ การที่เราได้ใส่ใจในทุกรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ ตั้งแต่ส่วนผสม กระบวนการผลิต ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ มันทำให้เราตระหนักถึงความรับผิดชอบที่เรามีต่อตัวเองและโลกใบนี้มากขึ้นจริงๆ นะคะ ฉันรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนความงามที่มาพร้อมกับหัวใจสีเขียวนี้ค่ะ

ลด ขยะ พลาสติก ด้วยบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หลายแบรนด์เครื่องสำอางวีแกนในปัจจุบันเริ่มหันมาใส่ใจเรื่องของบรรจุภัณฑ์มากขึ้นแล้วค่ะ จากที่เคยใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ตอนนี้หลายแบรนด์เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล หรือวัสดุที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ หรือแม้แต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิล ที่เราสามารถนำไปเติมใหม่ได้ ทำให้ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกได้อย่างมหาศาลเลยค่ะ ฉันเองก็พยายามเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมแบบนี้เหมือนกันค่ะ

สนับสนุนแบรนด์ที่มีจิตสำนึกที่ดีต่อโลก

การเลือกใช้เครื่องสำอางวีแกนยังเป็นการสนับสนุนแบรนด์ที่มีจิตสำนึกที่ดีต่อโลกอีกด้วยนะคะ แบรนด์เหล่านี้มักจะให้ความสำคัญกับการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการไม่ทดลองกับสัตว์ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้นค่ะ การที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนแบรนด์เหล่านี้ก็เหมือนเราได้ร่วมสร้างโลกที่ดีขึ้นไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

글을마치며

รู้สึกยังไงกันบ้างคะทุกคนหลังจากได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับเครื่องสำอางวีแกนและวิถีชีวิตแบบยั่งยืนที่ฉันนำมาแบ่งปันในวันนี้? ฉันหวังว่าประสบการณ์และเคล็ดลับต่างๆ ที่เล่ามาจะช่วยให้เพื่อนๆ เปิดใจและลองก้าวเข้ามาในโลกของวีแกนบิวตี้กันมากขึ้นนะคะ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของความงามภายนอกเท่านั้น แต่มันคือการได้ดูแลตัวเองจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริง และยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับโลกใบนี้ด้วยค่ะ จำไว้นะคะว่าทุกการเลือกของเรามีความหมายเสมอ มาสวยอย่างมีจิตสำนึกที่ดีไปพร้อมๆ กันนะคะ!

Advertisement

알아두면 쓸모 있는 정보

1. ตรวจสอบฉลากให้ละเอียดเสมอ: การเลือกซื้อเครื่องสำอางวีแกนไม่ใช่แค่ดูคำว่า “Vegan” เท่านั้นนะคะ แต่ต้องมองหาสัญลักษณ์รับรองจากองค์กรวีแกนที่น่าเชื่อถือ เช่น The Vegan Society หรือโลโก้กระต่าย “Cruelty-Free and Vegan” ของ PETA เพื่อยืนยันว่าเป็นผลิตภัณฑ์วีแกนแท้ 100% และปราศจากการทดลองกับสัตว์ตลอดกระบวนการผลิตจริงๆ ค่ะ การอ่านฉลากอย่างถี่ถ้วนเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดเพื่อให้มั่นใจว่าเราได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองและโลกใบนี้.

2. ทำความเข้าใจส่วนผสมจากสัตว์ที่แฝงมา: หลายครั้งที่เราอาจจะเจอส่วนผสมจากสัตว์ที่ซ่อนอยู่ในชื่อที่เราไม่คุ้นเคย เช่น คอลลาเจน (จากเนื้อเยื่อสัตว์), เคราติน (จากขนสัตว์), ลาโนลิน (น้ำมันจากขนแกะ), คาร์มีน (จากแมลง), ขี้ผึ้ง (จากผึ้ง) หรือแม้แต่น้ำผึ้งและนม ดังนั้นการเรียนรู้ชื่อส่วนผสมเหล่านี้จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่วีแกนโดยไม่ตั้งใจได้ค่ะ อย่าลืมพกรายการส่วนผสมที่ควรเลี่ยงติดตัวไว้เสมอเวลาไปช้อปปิ้งนะคะ!

3. เริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์ที่เราใช้บ่อยที่สุด: สำหรับใครที่ยังไม่มั่นใจว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี ฉันแนะนำให้ลองเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่เราใช้บ่อยที่สุดและหมดเร็วที่สุดให้เป็นวีแกนก่อนค่ะ เช่น ยาสีฟัน สบู่ แชมพู หรือโลชั่นบำรุงผิว การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันเหล่านี้จะช่วยให้เราคุ้นชินกับการใช้ผลิตภัณฑ์วีแกน และเห็นผลลัพธ์ที่ดีได้ไม่ยากเลยค่ะ จากนั้นค่อยๆ ขยับไปสู่เมคอัพหรือสกินแคร์ตัวอื่นๆ ก็จะง่ายขึ้นเยอะเลย.

4. อย่ากลัวที่จะทดลองแบรนด์ใหม่ๆ: ในปัจจุบันมีแบรนด์เครื่องสำอางวีแกนทั้งไทยและต่างประเทศให้เลือกมากมาย ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีจุดเด่นและส่วนผสมที่แตกต่างกันไปค่ะ ลองเปิดใจค้นหาและอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง เพื่อหาสิ่งที่ใช่และเหมาะกับผิวของคุณมากที่สุด อย่าจำกัดตัวเองอยู่แค่แบรนด์เดิมๆ เพราะคุณอาจจะพลาดไอเท็มเด็ดที่ตอบโจทย์ผิวและไลฟ์สไตล์ของคุณได้นะคะ.

5. ใส่ใจบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก: การเป็นสายกรีนที่แท้จริงไม่เพียงแค่เลือกส่วนผสมเท่านั้น แต่ยังต้องใส่ใจเรื่องบรรจุภัณฑ์ด้วยค่ะ ลองเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล ทำจากวัสดุที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ หรือเลือกแบบรีฟิลที่สามารถนำไปเติมใหม่ได้ เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การเลือกซื้ออย่างมีสติในทุกๆ ด้าน จะช่วยให้เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโลกที่น่าอยู่ขึ้นค่ะ.

สำคัญ 사항 정리

การก้าวเข้าสู่โลกของวีแกนบิวตี้คือการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมค่ะ เพราะนอกจากจะได้ดูแลผิวพรรณของเราให้สวยงามเปล่งประกายอย่างอ่อนโยน ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติที่ปราศจากสารเคมีอันตรายและส่วนผสมจากสัตว์แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมจริยธรรมที่ดี ไม่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิตใดๆ และยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนวิถีชีวิตที่ยั่งยืน ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสังคมโลกอีกด้วยนะคะ ฉันเชื่อว่าเมื่อคุณได้ลองสัมผัสด้วยตัวเองแล้ว คุณจะรู้สึกภูมิใจและมีความสุขกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อย่างแน่นอนค่ะ.

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: เครื่องสำอางวีแกนต่างจากเครื่องสำอางที่ไม่ทดลองกับสัตว์ (Cruelty-Free) ยังไงคะ แล้วเราควรเลือกแบบไหนดี?

ตอบ: อู้หูววว… คำถามนี้โดนใจสุดๆ เลยค่ะ! ฉันเองก็เคยสับสนอยู่พักใหญ่เลยนะ เพราะสองคำนี้มันดูคล้ายกันมาก แต่จริงๆ แล้วมีความต่างกันอยู่พอสมควรเลยค่ะ “เครื่องสำอางวีแกน” (Vegan Cosmetics) คือผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมที่มาจากสัตว์เลยแม้แต่น้อยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นน้ำผึ้ง นม ไขมันสัตว์ คอลลาเจนที่มาจากสัตว์ หรือแม้กระทั่งสีคาร์มีน (ที่มาจากแมลง) ก็จะไม่มีเลยค่ะ เน้นส่วนผสมจากพืชล้วนๆ ส่วน “เครื่องสำอางที่ไม่ทดลองกับสัตว์” (Cruelty-Free Cosmetics) คือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ทำการทดลองกับสัตว์ในทุกขั้นตอนการผลิตค่ะ ซึ่งตรงนี้สำคัญมากนะ เพราะหมายถึงว่าน้องสัตว์ไม่ต้องเจ็บตัวเพื่อความสวยของเราค่ะ ทีนี้ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ค่ะ!
ผลิตภัณฑ์ที่ “Cruelty-Free” อาจจะยังมีส่วนผสมที่มาจากสัตว์อยู่ก็ได้นะ เช่น ลิปบาล์มที่มีส่วนผสมของขี้ผึ้ง หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีคอลลาเจนที่ไม่ได้มาจากพืช ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ “Vegan” ก็อาจจะไม่ได้เป็น “Cruelty-Free” เสมอไป ถ้าแบรนด์นั้นยังทดลองกับสัตว์ในบางประเทศที่กฎหมายบังคับ ซึ่งหายากหน่อยแต่ก็มีค่ะ ดังนั้น ถ้าอยากให้ดีต่อใจและดีต่อโลกที่สุด เราควรเลือกทั้งสองอย่างเลยค่ะ คือเป็น “Vegan” และ “Cruelty-Free” ด้วยกันไปเลย!
จะได้มั่นใจว่าสวยครบจบในทางที่ถูกต้องแน่นอนค่ะ

ถาม: เครื่องสำอางวีแกนใช้แล้วดีกับผิวที่มีปัญหาจริงๆ เหรอคะ อย่างผิวแพ้ง่ายหรือเป็นสิวจะใช้ได้ไหม?

ตอบ: จากประสบการณ์ของฉันนะ บอกเลยว่า “ดีเกินคาด” ค่ะ! ตอนแรกฉันก็คิดเหมือนกันว่าเอ๊ะ… จะสู้พวกสารเคมีแรงๆ ได้จริงเหรอ แต่พอได้ลองใช้จริงๆ จังๆ สักพัก ผิวฉันมันเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ โดยเฉพาะเพื่อนๆ ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือเป็นสิวเนี่ย ฉันอยากให้เปิดใจลองมากๆ เลยนะ เพราะส่วนผสมในเครื่องสำอางวีแกนส่วนใหญ่มาจากธรรมชาติหรือสารสกัดจากพืช ซึ่งมักจะอ่อนโยนต่อผิวมากกว่า ลดโอกาสการระคายเคืองหรือการแพ้ลงไปได้เยอะเลยค่ะ ไม่ค่อยมีส่วนผสมของสารเคมีสังเคราะห์ น้ำหอม หรือพาราเบน ที่เป็นตัวกระตุ้นให้ผิวระคายเคืองหรือเป็นสิวได้ง่าย แถมส่วนผสมจากพืชหลายตัวก็มีคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิว ต้านการอักเสบ หรือช่วยปรับสมดุลผิวได้ดีเยี่ยมเลยล่ะค่ะ อย่างฉันเองมีผิวผสมค่อนข้างมันและแพ้ง่ายนะ พอลองเปลี่ยนมาใช้พวกโทนเนอร์หรือเซรั่มที่เป็นวีแกนที่มีส่วนผสมของชาเขียวหรืออโลเวร่าเนี่ย รู้สึกเลยว่าผิวแข็งแรงขึ้น สิวผดลดลง และไม่ค่อยแดงง่ายเหมือนเมื่อก่อนด้วยค่ะ สรุปคือ ไม่ได้แค่ดีต่อใจ แต่ดีต่อผิวจริงๆ ค่ะ!

ถาม: ตอนนี้ในไทยมีแบรนด์เครื่องสำอางวีแกนดีๆ อะไรบ้างคะ แล้วราคาจะแพงกว่าปกติเยอะไหม หาซื้อยากหรือเปล่า?

ตอบ: โอ๊ยยย… คำถามนี้โดนใจสายช้อปอย่างฉันมากเลยค่ะ! เมื่อก่อนอาจจะหายากหน่อย แต่ตอนนี้ในประเทศไทยเรามีตัวเลือกเครื่องสำอางวีแกนดีๆ เยอะแยะเลยค่ะ ทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์ต่างประเทศเลยนะ อย่างแบรนด์ต่างประเทศที่หาง่ายๆ ก็เช่น The Body Shop (มีหลายผลิตภัณฑ์ที่เป็นวีแกนและ Cruelty-Free), Physicians Formula (บางไลน์ผลิตภัณฑ์เป็นวีแกน), E.l.f.
Cosmetics หรือ Wet n Wild (มีหลายผลิตภัณฑ์ที่ราคาเป็นมิตรและเป็นวีแกน) พวกนี้หาซื้อได้ตาม Sephora, Eveandboy หรือตาม Drugstore ทั่วไปค่ะ ส่วนแบรนด์ไทยเราก็มีดีไม่แพ้กันเลยนะ อย่าง KIEHL’S (บางผลิตภัณฑ์) หรือแบรนด์เล็กๆ ที่กำลังมาแรง เช่น Organika, Srichand (บางผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเป็นวีแกน) หรือแบรนด์ที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติอย่าง Oriental Princess ก็มีบางตัวที่เข้าข่ายค่ะ สำหรับเรื่องราคานะคะ ต้องบอกว่ามีตั้งแต่ราคาจับต้องได้ไปจนถึงระดับพรีเมียมเลยค่ะ ไม่ได้แพงกว่าเครื่องสำอางทั่วไปเสมอไปนะคะ บางทีเราอาจจะเจอของดีราคาดีด้วยซ้ำค่ะ ฉันว่ามันขึ้นอยู่กับส่วนผสมและชื่อเสียงของแบรนด์มากกว่าค่ะ เทคนิคของฉันคือลองดูช่วงโปรโมชั่นตามร้านค้าออนไลน์อย่าง Lazada, Shopee หรือติดตามเพจของแบรนด์โดยตรงค่ะ รับรองว่าได้ของดีในราคาสบายกระเป๋าแน่นอน!
การลงทุนกับเครื่องสำอางวีแกนคือการลงทุนเพื่อผิวที่ดีขึ้นและจิตใจที่สบายใจขึ้นของเรานะคะ ลองดูค่ะแล้วจะติดใจ!

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

📚 อ้างอิง

Advertisement